RSS

ตามปีนป่ายไปยุโรป ๖ “คือเสน่ห์ คือสวิส”

20 ก.พ.

อยู่เบิร์นสองคืน แผนการเดินทางต่อจากนั้นคือ หิ้วกระเป๋า ไปเที่ยวเมืองในหุบเขา Zermatt แล้วก็นั่งต่อไปนอนค้างคืนที่ Zurich แล้วตอนเช้าอีกวัน ก็จะออกเดินทางไป Munich เลย ซึ่งเราจะอยู่มิวนิคกันสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็จะไปพักที่ Frankfurt
ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ทรหดที่สุดของทริปเลยครับ

ตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า ออกจากโฮสเทล เดินไปสถานีรถไฟเพื่อรอขึ้นรถไฟรอบ เจ็ดโมงสามสิบสี่ ปลายทางเมือง Zermatt ซึ่้งเส้นทางนี้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวพิเศษ ใช้ตั๋ว Interrail Pass ไม่ได้ ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก (เข้าใจว่าในราคาที่ถูกกว่าปกติแหละเพราะมีบัตร Interrail) จ่ายเพิ่มอีก ๓๔ ฟรังก์ต่อคน ไปกลับ ที่เรียกไปกลับก็เพราะว่า เราจะนั่งรถไฟจาก เบิร์น ไปถึง Visp แล้วก็นั่งรถไฟสายท่องเที่ยวพิเศษเข้าไปในภูเขา จนถึงเมือง Zermatt เวลาจะกลับ ก็ต้องนั่งกลับออกมา มาถึง Visp แล้วนั่งรถไฟจากตรงนั้นไป Zurich

ทิวทัศน์ระหว่างทางรอบนี้ สวยงามมากจริงๆ ครับ เพราะรถไฟจะมุ่งหน้าเข้าหาเทือกเขาแอลป์


ถ่ายจากในรถไฟ อาจจะมีแสงสะท้อนบ้างนะครับ
ชอบมาก ๆ บ้านที่อยู่ตามเนิน และสไตล์การแต่งบ้าน ที่มีดอกไม้ยื่นออกมาตามริมหน้าต่าง แตกต่างจากอังกฤษที่จะมีลักษณะเป็นอิฐ หน้าต่างกรอบไม้เก่าๆ ผุๆ จะว่าขลังก็ขลัง จะว่าโทรมก็โทรม แต่ของสวิสเซอร์แลนด์ ดูแล้วไม่รู้อายุน่ะครับ บ้านเค้าดูใหม่ตลอดเวลา

ก่อนถึง Visp รถไฟได้วิ่งผ่านอุโมงค์ที่ใช้เวลานานพอสมควรเลย ๑๕ นาทีครับ ในการวิ่งผ่าน

น้ำตกไหลเป็นลำธาร ริมทางรถไฟ มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง Zermatt ครับ

มาถึงแล้ว เมืองในหุบเขา นามว่า Zermatt ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีโรงแรม มี Ski Resort

ผมหลงเสน่ห์การจัดบ้าน ความเป็นระเบียบ ความสะอาด ความเป๊ะ ความมีวินัยของคนสวิส ลามไปจนถึงทุกอย่างที่เป็นสวิสเข้าอย่างจัง เรียกว่า ไม่เคยตกหลุมรัก ประเทศไหนมากขนาดนี้ นอกจากประเทศไทยอันเป็นที่รักสูงสุดอยู่แล้ว

เดินมาที่สะพาน เพื่อจะมาถ่ายรูปอะไรบางอย่างครับ

เอ้า เอาอันนี้ไปดูก่อน

ไม่ได้จะมาโฆษณาช็อคโกแลตเค้าหรอกครับ แม้ว่าจะไปเยี่ยมโรงงานเค้ามาแล้วก็ตาม
เฉลยเลยละกัน

นี่คือ Matterhorn ภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของยี่ห้อช็อคโกแลตชื่อดัง

ขอซูมใกล้ๆ หน่อยได้มั้ยล่ะครับ

เรายังจำความรู้สึกวันนั้นได้ดี มันคงจะคล้ายๆ กับความรู้สึกเวลาเจอใครที่ “ใช่” กดชัตเตอร์รัวเลย

มันให้อารมณ์แบบอากาศที่เราสูดเข้าไป ทำไมมันหอม และทำให้หยุดการก้าวเท้า หยุดการเคลื่อนไหว เหมือนเวลาก็หยุดเดิน
โอ้โห คงจะมีคนถามว่า “มึงจะเวอร์ไปไหน” แต่มันให้ความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ครับ

นั่นคือไฮไลต์ใหญ่ของทริปเลยก็ว่าได้

เราออกจาก Zermatt กันมาตอนเที่ยงสิบสาม มาขึ้นรถที่ Visp เพื่อจะไป Zurich เที่ยว ๑๓.๕๗
ไปถึง ซูริคก่อนมืดครับ สี่โมงเย็น นับว่าเร็วกว่าที่คิดไว้พอสมควรเลย
ออกจากสถานีรถไฟแล้วเราก็หาทางเอาของไปไว้ที่โฮสเทล ก่อนจะออกมาหาอะไรกินในเมืองครับ

ถ่ายสภาพรถรางที่ซูริคมาให้ดูครับ น่านั่งมากๆ ทั้งสะอาด มีประสิทธิภาพ ตรงเวลา แล้วจอโทรทัศน์ตรงนั้นยังบอกอีกว่า พอลงแล้ว จะต่อไปไหน รถออกเวลาเท่าไหร่ อังกฤษยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ
โฮสเทล ภาษาเยอรมัน เค้าเรียกว่า Jugendherberge นั่งรถรางสาย เจ็ดออกไป ประมาณสิบกว่านาที แล้วก็ลงเดิน ถามทาง คนก็ใจดี บอกทางตลอดเลย
มีเรื่องน่ารักๆ นิดหน่อย คือมีคุณยายแก่ๆ คนนึง เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้หรอก แต่เค้าเห็นหน้าตาพวกเราแล้ว เค้าก็พูดออกมาว่า Jugendherberge แล้วก็พูดภาษาเยอรมันประกอบท่าทาง แล้วก็เจอแบบนี้หลายคน คือ เห็นหน้าเรา เค้าก็รู้แล้วว่าจะไปไหน บอกทางให้ตลอด

โฮสเทลเค้าก็ยังรักษามาตรฐานโฮสเทลแห่งสวิสเซอร์แลนด์ไว้อีกนั่้นแหละ สะอาด และเป็นระเบียบดีมากๆ วางของเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นและหาข้าวกินในเมือง
ร้านรวงที่นี่ปิดดึกกว่าเบิร์นและเจนีวา คึอปิดสองทุ่ม
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปเราที่สวิสเซอร์แลนด์
เราตัดสินใจ ไปกินข้าวที่ร้านอาหารไทยกันครับพี่น้อง

กับราคาข้าวหมูแดงที่แพงโคตร ๒๑ ฟรังก์ ตกประมาณ ๗๐๐ บาท แต่ก็ขอทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวมีกะตังค์กะเค้าหน่อย
นับเป็นอาหารในสวิสเซอร์แลนด์ที่อร่อยสุดในทริปเลยครับ

ออกมาจากร้าน เดินไม่กี่ก้าว โอ้ เจอผู้หญิงขายบริการครับ เป็นฝรั่ง คาดว่าไม่น่าจะเป็นชาวสวิส เดินเข้ามาหาคงจะถามประมาณว่าสนใจมั้ย
ไม่คิดว่าในสวิสเซอร์แลนด์จะมีแบบนี้ด้วย
เป็นเรื่องที่น่าตื่นตา และก็ตื่นใจมากครับ
เสียใจด้วยนะครับคุณผู้อ่าน เราปฏิเสธไปครับ

ไม่เหมาะสม ไม่เสี่ยง และก็ไม่มีตังค์ด้วย เจอสาม ม. เข้าไป ก็เดินกลับกันอีกทาง

มาถึงโฮสเทล ถาม receptionist สาว ว่าจะเติมน้ำใส่ขวดได้ที่ไหน มีครัวมั้ย
เค้าบอกไม่มี แต่…”มา เติมให้ที่หลังบาร์นี่แหละ น้ำในสวิสอร่อยที่สุดและดื่มได้ทุกที่ เป็นน้ำที่ดีที่สุดเลยล่ะ”

อื้อ หือ สงสัยจะจริง ไอ้เราก็เชื่อคนง่ายอยู่ด้วย

แต่น้ำเค้าก็อร่อยจริงๆ นะครับ เอ หรือว่าอุปทานไปเองก็ไม่ทราบ

แต่ที่แน่ๆ ถ้าใครมาถามว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้คืออะไร ก็คงจะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “คือเสน่ห์ คือสวิส” ครับ
แล้วติดตามตอนต่อไป กับสองวันสุดท้ายของทริป ที่เยอรมันนีครับ

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,

2 responses to “ตามปีนป่ายไปยุโรป ๖ “คือเสน่ห์ คือสวิส”

  1. รองเท้าสีฟ้า

    25/02/2012 at 11:23 am

    ตามไปชมภูเขา และเมามายกับน้ำสวิส 55

     
  2. peenpai

    25/02/2012 at 4:21 pm

    ภูเขากับสายน้ำ เป็นของคู่กัน หุหุหุ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: