RSS

สก๊อตทริป ตอนที่ ๗

14 เม.ย.

กลับเข้ามาในเมืองกลาสโกว์หลังจากเดินในพิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งมานาน
เริ่มหิวข้าวแล้ว วันนี้คาดว่าจะได้ใช้รถเมล์หลายเที่ยว เลยซื้อบัตรหนึ่งวันไม่จำกัดมาซะเลย
เดินเล่นในเมือง จนมาเจอ ถนนสายนี้ครับ Buchanan Street (บูคานัน สตรีท) เป็นถนนสายชอปปิ้งของเมืองกลาสโกว์เลย
แล้วก็ เป็นถนนคนเดินครับ เหมือนในรูป กว้าง และมีทางขึ้นลงรถใต้ดินอยู่ด้วย ถนนบางช่วงก็จะมีที่ขึ้นเนิน ได้บรรยากาศดีครับ

ข้าวกลางวันวันนี้ กินที่ร้าน Gregg’s ครับ ร้านนี้เป็นร้านที่ขายพวก พาย ร้อน ๆ ราคาไม่แพง อิ่ม และได้กินร้อน ๆ ด้วย

ที่กลาสโกว์มีสถาปนิกชื่อดัง อยู่คนหนึ่งครับ ชื่อคุณ McIntoch (แมคอินทอช) เค้าได้ออกแบบอาคาร หลายแห่งในกลาสโกว์ แผนที่นำเที่ยวต่าง ๆ ก็จะมีตัวอักษร M กำกับไว้ให้รู้ว่าตึกนี้ คุณแมคอินทอช ได้ออกแบบไว้ครับ
เราลองไปที่ตึก ที่ชื่อ The Lighthouse ครับ ซ่อนตัวอยู่ตามหลืบซอยของถนนบูคานันอันกว้าง ไกล
ปรากฏว่าตึกนี้เป็นตึกที่แสดงผลงาน ของคุณแมคอินทอชเค้า และเปิดให้ชมวิว เมืองกลาสโกว์ได้ ขึ้นลิฟต์ไปชั้นหก


อาจจะไม่สวยเหมือนเอดินเบอระ แต่ก็ให้อารมณ์อีกแบบหนึ่งครับ

เดินมาตามถนนเรื่อย ๆ เจอคนเป่าปี่สก๊อต เลยถ่ายรูปมาให้ดู ลองเทียบกับอีกคนที่เป่าที่เอดินเบอระนะครับ


ออกแนวทันสมัยกว่า

ออกจากเมือง เดินไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะทางศาสนาเซนต์มังโก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง

เมื่อมาเดิน ๆ เที่ยว ต่อกันหลาย ๆ วัน จะรู้สึกว่ากำลังขา มันลดน้อยถอยลงอย่างเห็นได้ชัด
วันแรก เหมือนอะดรีนาลีนมันหลั่งเค็มที่ เดินได้เดินดี ไม่มีเหนื่อย
พอตื่นมาวันที่สอง เอาละ เมื่อยไปหมด แต่ก็ยังพอมีแรง
วันต่อ ๆ มา เดินแป๊บนึงก็เมื่อย ก็เหนื่อย ต้องนักพัก และคงที่ไปจนถึงวันกลับ

เดินมาถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะศาสนา ก็เริ่มเหนื่อยมากแล้ว เดินชมผลงาน ไป และก็นั่งพักไปด้วย

พระพุทธรูป ก็มีครับ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะมาจากประเทศพม่า

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นตึกไม่ใหญ่มาก มีประมาณสองชั้น เดินประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ทั่ว ที่นี่ อยู่ใกล้ ๆ กับ วิหารกลาสโกว์ครับ

เดินเข้าไปดูซักหน่อย

ภายในวิหารเมืองกลาสโกว์ครับ พอดีว่า เราไม่ค่อยมีความรู้ในด้านศิลปะ เท่าไหร่ และเคยไปมหาวิหารที่แคนเทอบิวรี่ มาเมื่อปีก่อน
เลยคิดว่าคล้าย ๆ กัน เลยไม่ได้เก็บรายละเอียดมากครับ

เดินดูพอหอมปากหอมคอ ก็ออกมา นั่งรถเมล์ แล้วเดินต่อมาที่นี่ครับ People’s Palace and Winter Garden เป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตผู้คนกลาสโกว์ และมีสวนไม้เมืองร้อน ครอบด้วยเรือนกระจก อยู่ต่อกัน


น้ำพุ และอาคารพิพิธภัณฑ์ อยู่กลางพื้นที่สีเขียวกว้างใหญ่

ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร ทำให้ไม่มีรูป ภายในพิพิธภัณฑ์มาให้ดู แต่มีรูป สวนเรือนกระจกมาแทนครับ


เรือนกระจกนี่ อุ่นดีมากครับ อุ่นกว่าในพิพิธภัณฑ์ที่มีฮีตเตอร์อีก เหมาะมาก นั่งเล่นอยู่พักใหญ่เลย หลังจากเดินจนเมื่อยแล้ว


ในบางส่วน ก็มีการจัดแบบญี่ปุ่นด้วย (ไม่รู้ว่าแบบญี่ปุ่นจริงหรือเปล่า หรือแค่เอาเครื่องประดับสวนแบบญี่ปุ่นมาตั้ง)


มีต้นกล้วยซึ่งไม่ค่อยเห็นในประเทศอังกฤษ


อันนี้เค้าเรียกดอกหน้าวัวรึเปล่าครับ?


มีดนตรีแจ๊สมาเล่นให้ฟังด้วย แต่เราเดินเข้าไปตอนเค้ากำลังเลิกเล่นแล้ว รูปนี้จะเห็นลักษณะของเรือนกระจกขนาดใหญ่ คร่อมสวนนี้อยู่ด้วยครับ


มองจากด้านนอกเข้าไป


เดินเลียบแม่น้ำไคลด์ กลับเข้าเมืองครับ


มายืนรอรถเมล์ตรงนี้

วีรกรรมของเรากับรถเมล์ ก็เกิดขึ้นครับ
คือเราซื้อตั๋ววันนั่งรถเมล์มา เราก็อยากจะใช้ให้คุ้มที่สุด ด้วยระยะทาง จากจุดในรูป ไปถึงในเมือง จริง ๆ ไม่ไกลมาก เดินสิบห้านาทีคงถึง แต่ด้วยความรู้สึกงก ส่วนบุคคลครับ
เลยรอรถเมล์ เห็นเขียนที่ป้ายว่า ไป City Centre ได้ เลยรออยู่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง
ขึ้นรถด้วยความมั่นใจ… รถวิ่งออกนอกเมืองไปเรื่อย ๆ ก็ยังใจชื้นอยู่ว่า เดี๋ยวคงวนกลับ คงเหมือนเคมบริดจ์ ที่วิ่งเป็นลูป คงไม่นาน
แต่นั่งไปเรื่อย ๆ เอ ทำไมมันไม่มีทีท่าจะวกกลับเลยวะ ลองถามคนที่นั่งข้างหลัง เค้าก็บอกอย่างชัดเจนเลยว่า “You’re on the wrong bus” เราก็ถามว่า แล้วไม่วนกลับไป City Centre เหรอ
เค้าบอกว่า วนเหมือนกัน แต่นานนะ ให้ลงป้ายหน้า แล้วหารถอีกฝั่งกลับดีกว่า…

ทำอย่างที่เค้าว่าครับ
การเดินทางเข้าเมืองโดยรถเมล์ของเรา ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเห็นจะได้ นั่งรถเมล์จนคุ้มจริง ๆ

ซื้อของที่จะเอาไปอุ่นไมโครเวฟ จากซุปเปอร์มาร์เก็ต ซื้อกล้วย ซื้ออาหารที่จะกินพรุ่งนี้ด้วย

มื้อเย็นครับ Cornish Pasty เป็นเนื้อวัวอบซอสเกรวี่ในแป้งพาย กินกับสลัด ครับ

ที่ครัวเค้าจะมีช่องให้เก็บอาหาร เขียนชื่อไว้ ไม่มีขโมยตลอดเวลาที่เราอยู่ครับ จริง ๆ จะทำอาหารให้มันหรู ๆ ก็มีเตาให้ แต่เราก็ขี้เกียจครับ กินคนเดียว และไม่อยากซื้อเครื่องปรุงอะไรให้หนัก จริง ๆ คือคงไม่อร่อยด้วย
กลัวทำกินเองแล้วท้องเสีย (มันคงไม่แย่ขนาดนั้นมั้ง) ด้วยข้ออ้างทั้งหลาย เลยซื้อแบบที่อุ่นไมโครเวฟอย่างเดียวครับ

คืนนี้ ได้คุยกับ คนที่นอนห้องเรา

มีผู้ชายเยอรมันมาใหม่คนนึง มากับเพื่อนผู้หญิงอีกสองคน เค้ามาเรียนแลกเปลี่ยนที่มหาลัยในอังกฤษ แล้วจะกลับประเทศแล้ว ก่อนกลับเลยเที่ยวทั่วประเทศ แต่หยุดที่ละคืน สองคืนเท่านั้น ตอนที่เค้าเข้ามาโฮสเทล ก็ค่ำแล้ว บอกว่าเพิ่งนั่งเรือ เฟอร์รี่มาจากไอร์แลนด์ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้า ก็ออกอีก “เวลาไปแวะเมืองที่ผ่าน ๆ มา ก็คิดว่า ต้องกลับมาเที่ยวอีก ที่ละคืนสองคืน ไม่พอจริง ๆ” เค้าว่าอย่างนั้น

คนออสเตรเลีย ผู้ชาย อายุน้อยกว่าเราประมาณปีนึง แบกเป้มาเที่ยวคนเดียว ได้หลายอาทิตย์แล้ว คนนี้ที่นอนเตียงล่างเรา เค้าบอกว่า มาเยี่ยมญาติ ที่อยู่ที่อังกฤษด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะไปต่อแล้ว
มาเที่ยวตอนปิดเทอม ก่อนจะกลับไปเรียนต่อมหาลัย ที่ออสเตรเลีย

คนออสเตรีย ที่เป็นใบ้ครับ คนนี้เราได้คุยเยอะหน่อย การคุยใช้ภาษามือแบบงู ๆ ปลา ๆ ของเรา กับการเขียน แต่เค้าใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่ก็พอจะได้ความว่า เค้ามาร่วมกิจกรรมสมาคมคนหูหนวก ที่นี่ และเค้าก็จะอยู่ต่ออีกวันสองวัน จากกำหนดเดิม เพราะจะไปเที่ยว Loch Ness ซึ่งเป็นทะเลสาบ อยู่ในสก๊อตแลนด์ เราบอกเค้าว่า ที่เมืองไทย มีคอนเสิร์ตสำหรับคนหูหนวกด้วยนะ เค้าก็บอกว่า อื้ม ที่ออสเตรียก็มี
เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกับคนที่เค้าเป็นใบ้แบบใกล้ชิดขนาดนี้ ทำให้ได้คิดว่า ขนาดเค้าเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์ ยังพยายามสู้ ยังใช้ชีวิตที่เหมือนกับคนปกติได้ แล้วคนปกติ ที่มีครบสามสิบสอง หลาย ๆ คน จะไม่คิดสู้บ้างเลยหรือ…

คนที่ขาดอะไรบางอย่าง กลับมีบางอย่างที่แข็งแรง และมากกว่าคนปกติ… ใจ และกำลังใจ ครับ

วันต่อมา จะไปอะเบอร์ดีน
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ…

 

ป้ายกำกับ: , ,

One response to “สก๊อตทริป ตอนที่ ๗

  1. P&P

    16/04/2010 at 10:51 am

    ดูในรูปภาพท้องฟ้าอึมครึม ไม่สดใสเลย แต่ที่น่าสนใจคือการได้พบผู้คนที่เข้ามาในแต่ละช่วงการเดินทาง มีข้อคิด กำลังใจในการดำเนินชีวิตเราเสมอนะครับ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: