RSS

สก๊อตทริป ตอนที่ ๑

27 ก.พ.

ได้เวลามาอัพเรื่องราว ที่เราเก็บกระเป๋าไปเที่ยวสก๊อตแลนด์ กันแล้ว

เนื่องจากไปหลายที่ เนื้อหาคงค่อนข้างยาว ขอแบ่งเป็นตอน ๆ ละกันครับ

เราเกิดความคิดที่จะไปเที่ยวช่วงฮาล์ฟเทอม ที่โรงเรียนจะปิดหนึ่งอาทิตย์นิด ๆ (ประมาณ ๙ วัน) ได้ประมาณหนึ่งเดือนกว่า ๆ ก่อนหน้า
เมื่อสอบเดือนมกราเสร็จ ก็เริ่มจองตั๋วรถไฟ และโฮสเทล ด้วยราคาตั๋วรถไฟที่จองล่วงหน้า คืนไม่ได้ เราคิดในใจว่า “ยกเลิกทริปไม่ได้แล้วนะ จ่ายเงินไปเยอะแล้ว”

ค่าโรงแรมปกติที่อังกฤษ แพงมาก ๆ เลยเลือกพักที่ โฮสเทล ที่พักเป็นแบบ หอพัก มีหลายเตียง ถ้าห้องที่เตียงน้อยกว่า ราคาต่อหัวก็จะแพงกว่า ไม่รวมอาหารเช้า โดยเฉลี่ยตกคืนละประมาณ ๑๓-๑๕ ปอนด์ หรือประมาณ ๖๐๐-๗๕๐ บาท (เสาร์อาทิตย์ราคาก็จะแพงขึ้นอีก)

แผนการเดินทาง คือ ออกจากเคมบริดจ์ เช้าวันเสาร์ที่ ๑๓ กุมภา ๒๕๕๓ ไปเอดินเบอระ เมืองหลวงของสก๊อตแลนด์ นอนสองคืน
วันจันทร์ที่ ๑๕ จากเอดินเบอระ ไปกลาสโกว์ ค้างสองคืน
วันพุธที่ ๑๗ ไปเมืองอะเบอร์ดีน นอนหนึ่งคืน
วันพฤหัสที่ ๑๘ ไปดันดี นอนสองคืน
วันเสาร์ที่ ๒๐ จากดันดี กลับมาที่เอดินเบอระ นอนค้างหนึ่งคืนที่วัดไทย และวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ก็เดินทางกลับจากเอดินเบอระ มาเคมบริดจ์

เตรียมพร้อมออกเดินทาง เช้าวันเสาร์ที่ ๑๓


ต้องขึ้นรถไฟ Cross Country ไปเปลี่ยนอีกขบวนที่เมือง Peterborough (พีเทอร์โบร่า)


ภายในรถ East Coast จาก Peterborough ไป Edinburgh รถหรูทีเดียว ที่วางของด้านบน ใส่กระเป๋าเดินทางเราได้พอดีเลย


เริ่มออกท้องทุ่ง อากาศแจ่มใสทีเดียววันนี้


ระหว่างทางเจอซากปรักหักพังของปราสาทด้วย ตอนนี้ น่าจะอยู่ใกล้ ๆ สก๊อตแลนด์แล้ว


ที่นั่งและเป้…


ที่โค้ง ๆ ทางขวาคือประตูห้องน้ำ เดินตรงไปก็จะเป็นประตูออกรถไฟ

รถไฟมาถึงประมาณบ่ายสอง เมืองเอดินเบอระ เป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองได้สวยมาก
จะมีเขตเมืองเก่า Old Town และเขตเมืองใหม่ New Town โอลด์ทาวน์จะอยู่บนเนินเขา ส่วนนิวทาวน์จะอยู่ด้านล่าง คั่นด้วยสวน Princes’ Park และทางรถไฟ ถนน High Street กลางเมืองเก่า มีชื่อเรียกว่า The Royal Mile เพราะว่าถนนนี้เชื่อมระหว่าง ปราสาทเอดินเบอระ บนเนินเขา และพระราชวัง Holyrood Palace ที่อยู่อีกด้านตะวันออก ระยะทาง ประมาณหนึ่งไมล์

เมื่อออกจากสถานีรถไฟแล้ว เราก็หาทางไปโฮสเทล ที่อยู่ทางฝั่งเมืองเก่า

คนเป่าปี่สก๊อต ที่ Royal Mile

โฮสเทลเราชื่อ Budget Backpackers ตั้งอยู่หัวถนน Cowgate ห่างจาก Royal Mile นิดเดียวเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ที่โฮสเทลเตือนว่าตอนกลางคืนจะมีคนเมาเยอะ ให้บัตรผ่าน (เป็นกระดาษ) เพื่อยืนยันว่าเราเป็นแขกที่นี่ เวลาเข้าประตูมา เค้าจะได้เปิดประตูให้เราเข้าไปข้างในได้ เวลาจะเข้าห้องนอน มีคีย์การ์ดให้ เราจองแบบสี่เตียง ไม่รู้อีกสามคนเป็นใคร


นี่คือสภาพเตียงตอนเราปูผ้าปูที่นอน และผ้าห่มแล้ว เราอยู่เตียงบนครับ


ห้องนั่งเล่นที่โฮสเทล ชื่อว่า Chill out room

เก็บของเสร็จก็เดินออกไปเที่ยวเล่น นัดเพื่อนที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเอดินเบอระไว้ตอนเย็น
เลยไปเดินฆ่าเวลาก่อน


อันนี้ทางตะวันออกของเมือง มองเห็นเขา ที่ชื่อว่า Arthur’s Seat อยู่ไกล ๆ มีคนเดินขึ้นไปเต็มเลย


แถว ๆ พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา Dynamic Earth มองเห็นทางเดินขึ้น Arthur’s Seat ด้วย


ผ่าน Scottish Parliament ที่อยู่บริเวณเดียวกัน แต่ไม่ได้เข้าไป เพราะไปถึงสี่โมง เค้าปิดแล้ว
สภาสก๊อตแลนด์เป็นสภาบริหารงานท้องถิ่นของสก๊อตแลนด์ ซึ่งมีอำนาจ ค่อนข้างเยอะในส่วนของท้องถิ่น
คนสก๊อตบางส่วน มีความต้องการจะแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร หลาย ๆ คน เห็นว่า การที่ส่วนกลางให้อำนาจสก๊อตแลนด์ผ่านสภาสก๊อต และฝ่ายบริหารของสก๊อตแลนด์ มาก ๆ จะทำให้โอกาสการแยกตัวออกไปมีมากขึ้นตามไปด้วย

ตัวอักษรข้างล่าง เป็นภาษา เกลิค Gaelic ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น ก่อนที่แองโกล-แซกซอนจะเข้ามาที่เกาะบริเตนใหญ่และพัฒนาภาษาอังกฤษขึ้นมา


เก่าใหม่ผสมกลมกลืน
ที่เห็นปราสาทไกล ๆ คือ Carlton Hill เป็นเขาอีกลูกหนึ่ง ส่วนตึกใหม่ ๆ ข้างล่าง เป็นส่วนราชการ ฝ่ายบริหาร ของสก๊อตแลนด์


The Royal Mile มีร้านขายของที่ระลึกเต็มไปหมด


วิหารตั้งอยู่กลาง Royal Mile

ยังมีเวลาเหลือ เราก็เลยเดินขึ้นไปบนเนินที่ตั้งของปราสาทเอดินเบอระ แต่ไม่ได้เข้า เพราะเค้าจะปิดแล้ว
เราก็เลยได้ถ่ายรูปเมือง จากบนเนินเขาลงมา


เข้าใจว่านี่คือฝั่งตะวันตก ของเอดินเบอระ


หน้าปราสาทเอดินเบอระ ยามเย็น ๆ

ตอนห้าโมงไปเข้าร่วม Ghost Tour ที่เอดินเบอระด้วย อันนี้เค้าโฆษณาว่าฟรี แต่ก็สามารถบริจาคได้ตอนจบ

นี่คุณลุงที่แต่งตัวมาเป็นไกด์ Ghost Tour ยามเย็น

เวลายังเหลืออีก เราเลยกลับไปพักที่ Hostel เพราะนัดเพื่อนไว้ตอนหกโมงครึ่ง
ทางเดินไป Hostel ก็เป็นเนินขึ้นลงเขา วันแรกก็รู้สึกขาล้าแล้ว

กินข้าวกับเพื่อน เสร็จตอนสองทุ่ม เดินกลับโฮสเทลแล้วก็ไปนั่งพักที่ Chill Out Room เดินเข้าไปก็เห็นคนกลุ่มใหญ่นั่งอยู่ก่อน
เค้าทักมา เราก็ทักตอบ ถามไถ่กันไปมา ได้ความว่า พวกเค้าเป็นนักเรียนภาษา เรียนอยู่ที่เมือง Eastbourne แถว ๆ Kent
ส่วนใหญ่เป็นคนสเปน มีคนเกาหลีหนึ่งคน คนญี่ปุ่นหนึ่ง คนซีเรียอีกหนึ่ง ได้นั่งคุยกัน พักใหญ่ ๆ พวกเค้าก็จะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน ส่วนเราขอตัว เพราะเหนื่อยแล้ว
ซักสามทุ่มกว่า ก็อาบน้ำ ก่อนจะเข้านอน ก็ได้เจอเพื่อนร่วมห้อง เป็นสาวฝรั่งเศสสามคนเลย
รู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกันที่เป็นผู้ชายคนเดียวมาพัก
คุยกันสักพัก เราก็ขอขึ้นไปนอนก่อน สี่ทุ่มกว่า เดินทางทั้งวัน เพลียแล้วเหมือนกัน

ตอนแรกรู้สึกกังวลอยู่มากทีเดียวว่ามาพักที่โฮสเทลจะเป็นยังไง จะเหงามั้ย จะมีคนคุยด้วยรึเปล่า เพื่อนร่วมห้องเป็นไง เกรงใจกันมั้ย แต่การได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ในที่ใหม่ ๆ นี้ ก็รู้สึกคลายความกังวลต่าง ๆ ที่พกมาด้วย อย่างน้อยก็สบายใจไปก่อนสองคืน พอเปลี่ยนที่ค่อยลุ้นใหม่

ติดตามตอนต่อไปนะครับ…

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

6 responses to “สก๊อตทริป ตอนที่ ๑

  1. แม่แป๋ว

    28/02/2010 at 2:51 pm

    อ่านแล้วเพลิน เหมือนไปเที่ยวด้วยจริง ทริปหน้าไปไหนล่ะ ไปด้วยคนนะครับ รับรองไม่เหงา มีแต่..เฮ้อ เหนื่อยกับแม่จริง ๆ ห้า ห้า ห้า

     
  2. หวาน

    28/02/2010 at 6:49 pm

    อ่าน + ดูรูปแล้วอยากไปมากๆเลยพี่ป่าย น่าเที่ยว นั่งรถไฟไปเรื่อยๆ รอดูพาร์ทสองอยู่นะพี่ แต่ดูรูปในเฟซบุ๊คพี่ไปเยอะแล้ว 555

     
  3. pattararanee

    05/03/2010 at 12:38 pm

    ไปคนเดียวเหรอคะน้องป่าย

    น่าสนุกจังค่ะ

    มีใครติดต่อให้เขียนเป็นหนังสือหรือยังคะเนี่ย ^^

     
  4. peenpai

    05/03/2010 at 2:08 pm

    ไม่เหนื่อยหรอกครับ มาด้วยกันเลย จะหนีบไปตลอดเลยนะ
    ทริปหน้ายังตัดสินใจอยู่ค้าบ
    พาร์ทสองลงแล้วเน่อ ขอบคุณมากมายที่ติดตามครับ
    แล้วน้องหวานใช้ชื่ออะไรในเฟซบุคเหรอ
    ไปคนเดียวครับพี่เอี้ยง สนุกอยู่ทีเดียวครับ ชักติดใจแล้วเหมือนกัน

    ส่วนเขียนหนังสือนั้น คงต้องพัฒนา ปรับปรุงอีกเยอะครับ เขียนไปคงไม่ค่อยมีใครอ่าน ๕๕๕

     
  5. รองเท้าสีฟ้า

    19/04/2010 at 11:48 pm

    ห่างเหินไปนาน มี entry ใหม่เต็มเลย
    ต้องตามอ่านแล้ว ^^
    ป.ล. เราไปค่ายมาล่ะ 15 วัน ที่ศรีสะเกษ ตัดจากโลกภายนอกเลย แต่ได้ความรู้สึกดีดี ^^

     
  6. รองเท้าสีฟ้า

    25/04/2010 at 11:20 pm

    ไปคนเดียวเลยหรอเนี่ย wow
    เห็นรูปคนเป่าปี่แล้วรู้สึกถึง สก็อตจริงๆ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: