RSS

พ่อครับ…

28 ส.ค.

พ่อครับ…

นึกไม่ถึงว่าวันนี้ จะมาเร็วกว่าที่คิดไว้มาก
วันที่ต้องเขียนถ้อยคำเช่นนี้

            ภาพสิ่งที่เคยทำร่วมกัน ที่ผ่านมาในชีวิต สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามา เป็นภาพสีบ้าง ภาพขาว-ดำบ้าง
ภาพสีคงเป็นความทรงจำที่ใหม่ ส่วนภาพขาว-ดำ คงเป็นความทรงจำที่ผ่านช่วงเวลามาหลายปีแล้ว
แม้จะจางเลือนไปบ้าง แต่มั่นใจว่า มันยังไม่ลบเลือนไปไหน

ตอนค่ำ ๆ วันหนึ่ง สิบกว่าปีมาแล้ว
พ่อนอนอ่านหนังสือพิมพ์ อยู่บนฟูกที่วางบนพื้น ป่ายขึ้นไปนอนซ้อนบนหลัง พูดคุยเรื่องข่าวสารบ้านเมือง
จำได้ว่า ตอนนั้น ยังอ่านการ์ตูนที่มากับหนังสือพิมพ์ไม่รู้เรื่อง
พ่อสอนให้… พ่อยังจำได้หรือเปล่า

ค่ำ ๆ ของอีกวันหนึ่ง
ครอบครัวของเรา นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ที่บ้านพัก (แฟลต) ใน กรมยุทธศึกษาทหารบก ขนมปังปี๊บวางอยู่
เราช่วยกันนำขนมปังปี๊บเหล่านั้นใส่ถุงย่อย ๆ เตรียมไปขาย

บางวันกลับดึก สามทุ่ม สี่ทุ่ม เพราะต้องไปส่งขนม เอาเงินมาจุนเจือ เลี้ยงดูครอบครัว
ให้แม่ และป่าย ได้อยู่อย่างสบาย
พ่อยังจำได้หรือเปล่า…

วันที่ต้องขายรถฟอร์ดสีดำ ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน แต่ด้วยราคาที่แพง และเงินที่จะนำมาผ่อน ไม่เพียงพอ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ เราต้องเปลี่ยนมานั่งรถปิ๊กอัพ สีเขียว กัน แม้ว่ามันจะไม่สบายนัก แต่พ่อก็ได้ใช้รถคันนั้น ขับไปทำงาน ไปส่งขนม ตามสหกรณ์ ร้าน โรงพยาบาลต่าง ๆ หลายที่ ป่าย ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมาก ได้แต่นั่งหลับไปในที่นั่งแคบ ๆ แต่อบอุ่นในรถคันเดียวกัน

เช้าตรู่บางวัน ต้องตื่นแต่เช้า ไปรับข้าวแต๋น ที่ส่งมา จากลำปาง
เอาไปขาย ตามที่ต่าง ๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว

เมื่อก่อน ป่ายเคยคิดว่า ทำไมชีวิตต้องลำบากขนาดนี้
เมื่อเวลาผ่านไปจึงได้รู้ว่า ประสบการณ์ชีวิตเหล่านั้น สอนอะไร หลาย ๆ อย่างไว้มาก

สอนให้รู้ว่า คนเรามีหลายแบบ บางคนมองแต่ที่หน้าตา ฐานะ แค่เปลี่ยนรถจากเก๋งเป็นปิคอัพ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป บางคนคบกัน เพื่อหวังผลตอบแทน

สอนให้รู้ว่า เงินหายากมาก แม้จะส่งขนมหลายที่ แต่ต้นทุน ก็ไม่ใช่ถูก ๆ และด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ตามแต่ละสถานที่ที่ไปส่ง เงินที่ได้จากแต่ละที่ ก็ใช่ว่าจะมากมายอะไร อาศัยว่า ตระเวนส่งทั่วไป เงินที่มารวมกัน จึงพอจะช่วยได้บ้าง

สอนให้รู้ว่า การจะทำอะไรให้สำเร็จ ต้องใช้ความอดทน และความพยายามเป็นที่ตั้ง พ่อเคยบ่นเคยว่า ว่าป่ายไม่เอาไหน เป็นคนไม่มีความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรให้สำเร็จ ป่ายเก็บเอาสิ่งที่พ่อพูด เป็นแรงผลักดัน จนวันนี้ ป่ายหวังว่าคงทำให้พ่อภูมิใจได้บ้าง

พ่อแทบไม่เคยชมป่ายเลย ว่า ดี หรือเก่ง เพราะพ่อรู้ดีว่า ถ้าพูดไปแบบนั้น คนเรา จะไม่เกิดการพัฒนา…

ตอนป่ายอยู่ ป.๔ พ่อไปปฏิบัติภารกิจที่ติมอร์ตะวันออก ไม่อยากให้ไปเลย รู้สึกว่ามันอันตราย
แต่พ่อก็ได้ให้ความมั่นใจว่า จะกลับมาอย่างปลอดภัย
เบี้ยเลี้ยงที่ได้จากการไปปฏิบัติภารกิจครั้งนั้น พ่อนำมาใส่หลังคาให้รถปิ๊กอัพ ไม่ต้องใช้ผ้าพลาสติกคลุมลังปลากรอบจากหนองมนเหมือนเมื่อก่อน

จากนั้น พ่อได้สอบไปเป็น ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกไทย ประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
พ่อยังเคยพูดให้ฟังเลยว่า “เป็นแค่ลูกชาวสวน แต่ได้ถึงขนาดนี้ ก็พอใจแล้ว…”

ช่วงเวลาที่อยู่อินโดนีเซีย เป็นช่วงเวลาที่สุขสบายที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต พ่อบอกเสมอว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนภาพลวงตา อย่าลืมตัว สิ่งเหล่านี้เหมือนหัวโขน ที่วันหนึ่ง เราก็ต้องถอดออก  

ด้วยนิสัยขี้เกรงใจของพ่อทำให้พ่อชอบทำอะไรเองแทบทุกอย่าง แม้จะมีแม่บ้าน มีคนขับรถ แต่พ่อก็ยังชอบทำอะไรด้วยตัวเองอยู่เสมอ และสอนให้เราแม่ลูก รู้จักพึ่งตนเองเป็นหลักเช่นกัน

และชีวิตที่อินโดนีเซีย ก็คือความทรงจำร่วมกันที่ดีที่สุด ของเราสามคน พ่อ-แม่-ลูก

“ติว ตี๊ดิว ตี่ติว ตี๊ติว…” ทำนองเพลงค้างคาวกินกล้วยที่พ่อร้องให้ฟังเวลานอนไม่หลับ… ยังดังก้องอยู่…

แผ่นกระดาษที่มีการเทียบตัวอักษร ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เช่น B คือ บ.ใบไม้
เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนภาษาอังกฤษ ของป่าย ยังติดตาอยู่เสมอ

พ่อเป็นคนชอบคิดอะไรไม่เหมือนคนทั่วไป ชอบวางแผน เป็นคนมองการณ์ไกล และสิ่งหนึ่งที่พ่อได้วางแนวทางไว้ ก็คืออนาคตของป่าย
พ่อชอบขับรถ พาแม่กับป่ายไปเที่ยว ตามที่ต่างๆ  อยู่เสมอ พ่อบอกว่า การเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Light and Sound เรื่องยุทธหัตถี ที่สุพรรณบุรี การไปนอนดูฝนดาวตกที่นครนายก  นอนดูดาวที่ท้องฟ้าจำลอง การนั่งรถไฟในอินโดนีเซีย ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่หมู่ภูเขาไฟ โบรโม

 

เหล่านี้ คือสิ่งที่พ่อสร้างและเสริมให้ ด.ช.จุลฉัตร เติบโต เป็นนายจุลฉัตร ได้ในวันนี้

วันที่ ๑๐ สิงหาคม ป่ายตื่นมาตามปกติ

รู้สึกแปลกใจมากที่มีคนโทรมาถามเบอร์โทรศัพท์แม่หลายครั้ง
รู้สึกเฉลียวใจ รีบโทรหาพ่อ

ใครจะไปนึกเล่า ว่าคนที่รับสาย จะพูดออกมาว่า “พันเอกมนัส ท่านเสียชีวิตแล้วครับ” แทบไม่มีเวลาให้ทำใจก่อนเลย

เมื่อได้ยินแล้ว รู้สึกเหมือนใจหล่นวูบ มือ เท้า สั่นเทาไปหมด
ไม่กล้าทำอะไรต่อ คิดว่า นี่ต้องเป็นฝันแน่ ๆ อีกไม่นานต้องตื่นจากฝัน และเมื่อโทรศัพท์ไป พ่อต้องตอบกลับมาด้วยเสียงแจ่มใสว่า“เฮ้ยว่าไง”…

อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้าย

แต่ฝันร้ายคราวนี้ กลับกลายเป็นจริงขึ้นมา…

 

แม้ว่าในวันนี้ป่ายจะยังไม่สามารถทำใจได้ทั้งหมด
ถึงแม้ว่า ในวันนี้ ป่ายจะรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจกับอะไรหลาย ๆ อย่าง

แต่ป่ายก็ขอให้พ่อเชื่อใจเถอะว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ จะทำให้ป่ายเป็นคนที่แกร่งขึ้น และป่ายจะพยายาม…

จะพยายามเรียนรู้ เพิ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อดูแลแม่ ผู้เป็นที่รักของพ่อและป่าย  

…ให้สมกับที่เป็น ลูก

เป็นลูก ของ พันเอก มนัส กาญจนโอฬารศิริ…
ผู้เป็นพ่อ ที่ดีที่สุดเสมอ ตลอดมา และตลอดไป…

“ขอให้พ่อมีความสุขและอารมณ์ดี เช่นที่เคยเป็น เสมอมา”

 

ปีนป่าย…

 

ป้ายกำกับ: ,

11 responses to “พ่อครับ…

  1. jummdcu

    28/08/2009 at 9:45 pm

    อ่านแล้วนึกถึง เช้ามืดของวันที่ 25 มีนาคม 2547 ที่ผ่านมา
    เสียงโทรศัพท์บอกข่าวร้าย เหมือนที่น้องปีนป่ายได้ยิน
    ถึงแม้ว่าพี่จะเตรียมใจไว้แล้ว เนื่องจากพ่อป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
    สามปีที่พ่อเจ็บป่วย โดยที่เราดูแลท่านได้ไม่เต็มที่
    ทั้งที่เราได้ทำหน้าที่รักษาใครต่อใครจนรอดชีวิตได้
    รู้สึกเศร้าจนถึงทุกวันนี้เช่นกัน

    เป็นกำลังใจให้น้องชาย
    ผ่านเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี แม้อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง
    ดูแลตัวเองและดูแลคุณแม่(คนที่ปีนป่ายรักอีกคน)
    คงมีกำลังใจจากพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ
    มอบให้กับน้องชาย
    เข้มแข็งนะ สู้ๆจ้า

    – พี่จุ๋มเอง –

     
  2. Japan

    03/09/2009 at 7:13 am

    พี่ป่าย เสียใจด้วยอีกครั้งนะคะ

    สถานการณ์ของเรา มันอาจจะคล้ายๆกัน
    แต่ ความรู้สึกบางอย่าของเราอาจต่างกัน
    เนื่องจากความผูกพันธ์ ที่ลูกกับพ่อมีมาด้วยกัน

    แต่ สำหรับ หนูไม่เลย ถึงแม้ ว่าจะไม่ผูกพันธ์ แต่เมื่อรู้ข่าวเรื่องพ่อ ก็ทำใจใม่ได้เหมือนกัน
    เสียใจมาก แอบคิดว่าทำไม ลูกผู้หญิงถึง บวชไม่ได้
    ถึงแม้ว่า พ่อจะไม่ได้ทำอะไรเพื่อหนูเลย แต่ถ้าหนูไม่มีพ่อ
    พ่อที่เจ้าชู้ พ่อที่ขี้เมา พ่อที่คนอื่นว่าเป็นคนไม่ดี
    มันต่างกับพ่อของอีกหลายคน
    แต่ก็คิดในแง่ดีว่า อาจจะดีกว่าพ่ออีกหลายๆคน

    เสียใจมาจนถึงวันนี้ แต่ ก็คิดซะว่า ท่านไปสบายแล้ว

    คนที่ยังไม่ตายต่างหาก ต้องทนรับกรรมของตัวเองต่อไป

    ยังไงก็ฝากสวัสดี คุณป้า ด้วยนะคะ
    จะเดินทางก็ขอให้โชคดีนะคะ

    น้อง Japan

     
  3. Wing

    03/09/2009 at 10:36 pm

    เสียใจด้วยนะครับเพื่อนป่าย…

    เราเป็นคนนึงที่พูดไม่เก่ง… หลายครั้งเราพยายามหลีกเลี่ยงการสนทนาในเรื่องนี้ เพราะไม่รู้ว่าต้องพูดอย่างไร
    อยากให้เข้าใจว่าเราก็นึกถึงเหมือนกัน ว่าความเศร้าที่จับใจมากๆ บางทีก็ไม่อยากเอ่ยถึง แม้บางคนบอกว่าให้แสดงความเสียใจก็ตาม
    ยังไงปีนป่ายก็ตั้งใจเรียนมาตั้งแต่ที่เรารู้จัก คงสามารถเรียนหาประสบการณ์ได้อย่างที่ตั้งใจไว้แน่นอน
    “ช่วงเวลาที่อยู่อินโดนีเซีย เป็นช่วงเวลาที่สุขสบายที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต พ่อบอกเสมอว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนภาพลวงตา อย่าลืมตัว สิ่งเหล่านี้เหมือนหัวโขน ที่วันหนึ่ง เราก็ต้องถอดออก”
    ขอให้เข้มแข็งเสมอ

    /-Wing…-\

     
  4. นาย ด.โดม

    04/09/2009 at 11:37 am

    เพิ่งได้ทราบข่าวและขอแสดงความเสียใจด้วย

    เข้ามาเป็นกำลังใจและเชื่อว่าป่ายคงผ่านมันไปได้

    เข้มแข็งไว้นะครับ

    พี่โดม

     
  5. siriluck

    08/09/2009 at 11:41 am

    ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ ขอให้น้องปีนป่ายเข้มแข็ง และก้าวไปข้างหน้า เพื่อประสบความสำเร็จดังที่น้องปีนป่ายและคุณพ่อหวังไว้ ท่านคงภูมิใจในตัวน้องปีนป่ายมาก และคงเป็นกำลังใจให้น้องปีนป่ายเข้มแข็ง มีความสุขและประสบความสำเร็จในช่วงชีวิตข้างหน้าต่อไป

     
  6. pattararanee

    09/09/2009 at 10:57 am

    พี่เข้าใจว่า

    คุณพ่อบนสวรรค์ คงจะคิดแบบนี้

    “ขอให้ลูกมีความสุขและอารมณ์ดี เช่นที่เคยเป็น เสมอมา และตลอดไป”

    ขอให้น้องเข้มแข็งนะคะ

    ยังมีแรงใจจากหลายๆ คนอยู่เคียงข้างน้องป่ายนะคะ

    พี่เอี้ยง

     
  7. ชายกลาง

    10/09/2009 at 9:27 pm

    เป็นกำลังให้น่ะป่าย

    เข้มแข็งไว้

    พี่นาย

     
  8. anya

    19/09/2009 at 4:12 pm

    “จะบอกว่า เห็นใจ เข้าใจ หรือเป็นกำลังใจให้ ” ก็.. นะ

    เราแค่อยากจะบอกว่า .. ขอบใจ ที่เล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง

    ความรู้สึกที่ได้รับมา .. เราคงจะไม่สามารถลืมได้เลย

     
  9. acrobet

    22/09/2009 at 11:43 pm

    เข้ามาอ่าน แล้วก็น้ำตาซึ่ม…

    เข้มแข็งและเป็นกำลังใจให้ครับ

     
  10. จอย

    09/04/2010 at 12:39 am

    ป่าย คุณแป๋ว ไม่รู้ว่าจำอาจอยอาเกรียงได้ไหม อาเพิ่งรู้ข่าวได้ไม่นาน เสียใจจริงๆ อายังคุยกันถึงคุณมนัสและคุณแป๋วอยู่เสมอ น้องป่ายต้องภูมิใจในตัวคุณพ่อมาก ๆ พ่อป่ายเป็นคนดีมากๆ มีน้ำใจกับลูกน้องเสมอ ป่ายกับคุณแป๋วเองก็เหมือนกับคุณมนัส อายังจำที่ป่ายเลือกของขวัญไปฝากน้องป้องตอนที่น้องอยู่โรงพยาบาลที่อินโด ป่ายเองเหมือนพ่อมากมีน้ำใจไม่แบ่งแยก อายอมรับว่าพ่อสอนป่ายดีมากๆ ดูแลคุณแม่ดีๆนะ อาจอย

     
  11. นิรนาม

    06/09/2013 at 10:58 pm

    ผม เป็นลูกน้องคนหนึ่งของท่าน กางเกงขาสั้น มีดพับ ที่ท่านให้ไว้ผมยังเก็บไว้อย่างดี

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: