RSS

อีสาน…คลาสสิค!

06 ส.ค.

เมื่อวานนี้ (๕ สิงหาคม ๒๕๕๒) ได้มีโอกาสไปฟังอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ มาพูดคุยให้ฟัง ในหัวข้อที่ชื่อ “วิถีไทยในอีสาน”
งานนี้ เรารู้มาจากพี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน ที่มีแนวคิดจะสัมภาษณ์อาจารย์ตามหัวข้อที่แบ่ง ๆ ไว้ แต่เห็นว่าสัมภาษณ์กันสองคนก็คงไม่สนุกเท่ากับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการซักถามจากนักเรียน(โข่ง) คนอื่น ๆ ด้วย

จริง ๆ แล้ว กิจกรรมนี้จัดมาหลายครั้งแล้วครับ แต่เราเพิ่งจะมีโอกาสได้ไปร่วม เมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ ๔ ครั้งนี้ ก็อย่างหัวข้อ เป็นตอน “วิถีไทยในอีสาน”
อาจารย์ยงยุทธ ท่านเป็นอาจารย์สอนในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย หลังจากที่ได้ฟังท่านแล้ว ต้องขอชื่นชมท่านว่าเป็นตนที่รู้ลึก ชนิดที่ว่า รู้ถึงต้นกำเนิด และสอนให้พวกเราได้รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง มีสาเหคุ มีที่มาที่ไป ของมันทั้งสิ้น

การพูดคุยกันเริ่มตั้งแต่เรื่องของแผ่นดินอีสาน อาจารย์เล่าว่า เป็นแผ่นดินที่เก่าแก่ที่สุดของสยามประเทศ เมื่อก่อน อีสานก็เป็นทะเลตื้น ๆ เหมือนอ่าวไทย เมื่อแผ่นดิน (tectonic plate) ที่ชื่อว่า ฉานไทย ชนกับยูเรเซีย อีสานจึงกลายเป็นทะเลปิด ซึ่งก็ทำให้น้ำทะเลตกตะกอน ระเหยไปเรื่อย ๆ จนเมื่ออนุทวีปอินเดียชนกับยูเรเซียอย่างแรง ทะเลปิดที่ว่านี้ ยกตัวขึ้น กลายเป็นดินแดนที่ราบสูงอันเก่าแก่ของไทย
อาจารย์เชื่อว่า อีสานนี้ มีอายุมากกว่า ๔๐๐ ล้านปีมาแล้ว

ด้วยความที่อีสาน เคยเป็นทะเลมาก่อน เกลือจึงเยอะ และนำมาทำเป็นเกลือสินเธาวุ์ได้ แต่เกลืออีสานนี้ ก็แตกต่างจากเกลือสมุทร ตรงที่ไม่มีไอโอดีน และมีแร่ธาคุไม่เยอะเท่าเกลือสมุทร สาเหตุเป็นเพราะการตกตะกอนของแร่ธาตุในทะเลปิดอีสาน ที่ตกตะกอนเป็นชั้น ๆ ชั้นหนึ่ง ๆ แร่ธาตุก็จะมีอยู่ชนิดเดียว เกลือสินเธาวุ์หนึ่งเม็ด จึงมีแร่ธาตุและสรรพคุณไม่เหมือนเกลือสมุทรที่ได้จากน้ำทะเลทางภาคอื่น ๆ ของไทย

อาจารย์ให้ความรู้ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของอีสานว่าอีสานเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ เพราะเกิดจากการตกตะกอนของน้ำทะเล หลายร้อยล้านปีก่อน และตามความเห็นของอาจารย์ การสร้างเขื่อนในอีสาน เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะเขื่อนจะทำให้น้ำที่เก็บไว้ (เยอะนะ) ซึมลงชั้นหิน ลงไปจนถึงชั้นเกลือ น้ำมันไปไหนไม่ได้ในแนวดิ่ง ก็ไหลแนวราบ ละลายเกลือ ที่อยู่ใต้ดิน ทำให้แผ่นดินอีสาน เกิดปัญหาดินเค็ม… นี่อาจจะเป็นต้นตอของปัญหา ว่าทำไมอีสานจึงแห้งแล้ง ในสายตา ของคนทั่วไป…

เกร็ดความรู้เรื่องข้าว เป็นสิ่งที่เราสนใจและชอบมาก
ข้าวในสมัยก่อน ที่มีการดำนา เค้าจะปักดำทีละ ๓ ต้น (ต้นกล้า) แต่ละต้นแตกกอออกมา ๑๕ กอ เพราะฉะนั้น ในแต่ละจุดที่ปักดำลงไป จะมีข้าวถึง ๔๕ กอ นี่ทำให้เวลาต้นข้าวโตขึ้นเรื่อย ๆ มันจะบังแดด แสงแดดส่องมาไม่ถึงพื้น หญ้า ที่เป็นวัชพืชของข้าว จึงเจริญไม่ได้ ตายหมด ไม่ต้องใช้ยาปราบวัชพืช ในปัจจุบัน เป็นนาหว่าน ช่องว่างให้แสงแดดส่องถึง ก็จะทำให้วัชพืชใต้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ดี ทำให้ต้องใช้ยาปราบวัชพืชที่เป็นสารเคมีมากขึ้น
ปุ๋ย ในสมัยก่อนก็ไม่ต้องใช้ เพราะใช้วัวควายไถนา เวลามันไถนา มันจะถ่ายออกมาด้วย เป็นปุ๋ยคอกชั้นดี

เราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำพูดของอาจารย์ที่ว่า ในปัจจุบันนี้ เราพยายามปรับธรรมชาติให้เข้ากับตัวเรา ในขณะที่คนไทยสมัยก่อน พยายามปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ คนไทยสมัยก่อน ซึ่งเป็นนักสังเกต ได้สั่งสมภูมิปัญญาไทยไว้มากมาย คนไทยในปัจจุบันกลับเอาอย่างแนวความคิดต่างชาติ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่แตกต่างจากบ้านเรามาก

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรู้ที่ได้ คราวหน้า จะมีขึ้นในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ใกล้ ๆ พี่ก้อง ทรงกลด คงจะแจ้งรายละเอียดในเรื่องสถานที่และเวลาให้ทราบอีกทีหนึ่งครับ

www.lonelytrees.net คือเว็บไซต์ของพี่ก้อง สามารถเข้าไปติดตาม ข่าวสาร และเรื่องราวดีดีเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ที่นี่ครับ

วันนี้เรื่องราวมากมาย ยาวเหลือเกิน ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ

แล้วติดตามตอนต่อไปนะครับ…

 

ป้ายกำกับ: , ,

One response to “อีสาน…คลาสสิค!

  1. รองเท้าสีฟ้า

    09/08/2009 at 10:52 pm

    กลับมายังมา เข้าห้องเรียนอีกน้า
    ขยันจังนะเนี่ยปีนป่าย ^^
    นายเจ๋งว่ะ

    ป.ล. สงสัย เราจะโดน สแปม อีกแล้ว โพสไม่ได้ 555
    โพสไปรอบนึงแล้วไม่ติด แง้ๆๆๆ

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: