เมื่อวันศุกร์ 24 ตุลาคม
เป็นวันที่โรงเรียนหยุด เริ่มปิด Half-term Break หนึ่งสัปดาห์…
พอดีกับที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มีการบรรยาย มีกิจกรรม ตลอดสัปดาห์ ในงานที่ชื่อว่า Festival of Ideas
เรากับเพื่อนอีกคน (ตูน) เลือกที่จะไปดูการโต้วาที
ในตอนบ่ายวันนี้
หลังจากกินข้าวกลางวันเรียบร้อยอย่างรวดเร็วแล้ว
ก็รีบไป หวังใจไว้ว่า การดีเบตวันนี้ คงจะมีชีวิตชีวา สนุกสนาน และเต็มไปด้วยพลังแห่งการแข่งขัน
เราอยากรู้ว่า การโต้วาที ที่นี่ จะเป็นยังไง
เมื่อไปถึงห้องเลคเชอร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ระบุไว้ว่าจะมีดีเบตขึ้นที่นี่
มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านนอก เราลองเปิดเข้าไปในห้อง
…โล่ง…
บนเวทีมีผู้หญิงสองคน นั่งคุยกันอยู๋
“มาดูดีเบตเหรอคะ” หนึ่งในสองคนนั้นถามขึ้น
“ครับ ใช่ครับ”
“รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวจะเสร็จแล้วล่ะ”
“ครับ โอเคครับ”
เรากับตูนออกมารอข้างนอก
แปลกใจว่า นี่มันก็ถึงเวลาจะมีการแสดงแล้วนี่หว่า ทำไมไม่มีคนมาเลย
เริ่มทักทายกับผู้ชายที่อยู่ข้างนอก
ได้ความว่า เค้าก็มาดูดีเบตเหมือนกัน และบอกว่า ผู้หญิงสองคนที่เราเจอ ไม่เกี่ยวกับดีเบตหรอก
แต่เป็นคนที่จองห้องเลคเชอร์ไว้ เพราะต้องการซ้อมการแสดงอะไรบางอย่าง พวกเธอสองคนไม่รู้ว่า จะมีดีเบตเกิดขึ้น
สักพัก ผู้หญิงก็เดินออกมา และจากไป…
มีคุณครูจากโรงเรียนภาษา พานักเรียนมา เพื่อจะมาดูดีเบต
แต่ก็พบกับความผิดหวัง
ผู้ชายคนนั้น เลยโทรกลับไปถามที่บ้านให้ช่วยเปิดอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็คให้หน่อย
ได้ความว่า
งานดีเบต มีเมื่อวาน และจบไปแล้ว…
เป็นการพิมพ์วันที่ผิด… โอ้ เคมบริดจ์…
พวกเราขอบคุณผู้ชายคนนั้น และหลังจากคุยกัน ได้ความว่า เค้าเป็นนักเรียน อายุ สิบสี่ปีเอง… ตั้งใจจะมาดูดีเบต…
เรากับตูน เปิดแผ่นพับดูว่ามีงานอะไรจัดขึ้นใกล้ ๆ แถวนี้ และน่าดูบ้างไหม
“Notebook Project” คือสิ่งที่พวกเราเจอ และตัดสินใจไปดู
โนตบุคโปรเจค เป็นนิทรรศการ แสดงสมุดของนักเขียน นักประพันธ์ นักแสดงตลก นักโฆษณา ให้เห็นว่า กว่าจะมาเป็นผลงานนั้น มีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังสมุดทดที่พวกเขาขีด ๆ เขียน ๆ บ้าง ฟังแล้วน่าดู
งานนี้จัดขึ้นที่ Michael House Cafe ลักษณะคล้าย โบสถ์เก่า แล้วปรับเป็นร้านกาแฟ
เราเดินเข้าไป สอดส่ายสายตา มองหาที่จัดแสดง
พบสมุดบันทึก ห้อยด้วยลวด อยู่ตามผนัง…
เราจึงเริ่มเดินดู
พบความจริงข้อหนึ่่งว่า เหล่านักประพันธ์ และศิลปินผู้มากความสามารถที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนนี้ มีลายมือที่ต้องใช้นักโบราณคดีมาแกะ …
นี่คือบางส่วนที่เราถ่ายภาพมา

คนนี้เป็นช่างถ่ายภาพอิสระ ทำงานให้กับสโมสร แมนซิตี้ (ชื่อคุ้น ๆ ไหม…)

ตูน ที่ไปด้วยกัน และรูป…ที่คงคุ้นตากันดี
เดินดูนิทรรศการจนทั่วแล้ว ไปแวะเข้าห้องน้ำ ที่ห้างชื่อว่า Grand Arcade… ไปเจอนิทรรศการ แสดงภาพ พร้อมขาย
ของ Pink Floyd ที่ตูนบอกว่าเป็นนักร้องดังยุคซิกซ์ตี้ น่าสนใจทีเดียว มีรูปชวนคิดหลาย ๆ รูป
หลังจากนั้น เรากับตูน เดินไปที่ โรงละคร Westroad Theatre ทางตะวันตกของเมือง เพื่อไปชมวงดนตรี กาเมลัน (วงดนตรีพื้นเมืองของอินโดนีเซีย) พร้อมกับการแสดงรำพื้นเมือง เราจองตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ตไว้ก่อนแล้ว เมื่อเราไปถึง พบว่า ฝรั่งมาดูเยอะพอสมควร น่าภูมิใจแทนคนอินโดจริง ๆ ครับ

หน้าทางเข้าโรงละคร
โรงละครนี้เป็นของ Faculty of Music, Cambridge University…
เมื่อเข้าไปข้างใน ก็พบเครื่องดนตรีพื้นเมืองของอินโดนีเซีย เรียกว่า กาเมลัน…
ดังรูปครับ

ไม่ว่าเครื่องดนตรีพื้นเมืองของชาติไหน ดูขลัง และมีพลังเปี่ยมล้น
เมื่อนักดนตรีออกมา พบว่า เป็นฝรั่งทั้งหมดเลย…!
ฝรั่งเล่นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของเอเชีย
และก็เล่นออกมาได้น่าชื่นชมจริง ๆ
นางรำชาวอินโดแต่งตัวด้วยผ้าบาติก ร่ายรำ อย่างงดงาม มีจังหวะและลีลาที่เป็นเอกลักษณ์
กลมกลืนกับดนตรีอย่างกลมเกลียว
นี่อาจเป็นข้อดีของโลกยุคโลกาภิวัตน์
เมื่อตะวันออกพบตะวันตก…
ไม่มีความขัดแย้งทางวัฒนธรรม ศาสนา และเชื้อชาติ
หากแต่มีความสามัคคีกันอย่าง “กลมเกลียว”…
To be continued…