ปีนป่าย

ปีนจากกะลา สู่โลกกว้างที่ ท้าทาย

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ปีนป่าย around the clock’

บันทึกไร้แบบแผน ไม่จำกัดเวลา

พ่อครับ…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน สิงหาคม 28, 2009

พ่อครับ…

นึกไม่ถึงว่าวันนี้ จะมาเร็วกว่าที่คิดไว้มาก
วันที่ต้องเขียนถ้อยคำเช่นนี้

            ภาพสิ่งที่เคยทำร่วมกัน ที่ผ่านมาในชีวิต สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามา เป็นภาพสีบ้าง ภาพขาว-ดำบ้าง
ภาพสีคงเป็นความทรงจำที่ใหม่ ส่วนภาพขาว-ดำ คงเป็นความทรงจำที่ผ่านช่วงเวลามาหลายปีแล้ว
แม้จะจางเลือนไปบ้าง แต่มั่นใจว่า มันยังไม่ลบเลือนไปไหน

ตอนค่ำ ๆ วันหนึ่ง สิบกว่าปีมาแล้ว
พ่อนอนอ่านหนังสือพิมพ์ อยู่บนฟูกที่วางบนพื้น ป่ายขึ้นไปนอนซ้อนบนหลัง พูดคุยเรื่องข่าวสารบ้านเมือง
จำได้ว่า ตอนนั้น ยังอ่านการ์ตูนที่มากับหนังสือพิมพ์ไม่รู้เรื่อง
พ่อสอนให้… พ่อยังจำได้หรือเปล่า

ค่ำ ๆ ของอีกวันหนึ่ง
ครอบครัวของเรา นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ที่บ้านพัก (แฟลต) ใน กรมยุทธศึกษาทหารบก ขนมปังปี๊บวางอยู่
เราช่วยกันนำขนมปังปี๊บเหล่านั้นใส่ถุงย่อย ๆ เตรียมไปขาย

บางวันกลับดึก สามทุ่ม สี่ทุ่ม เพราะต้องไปส่งขนม เอาเงินมาจุนเจือ เลี้ยงดูครอบครัว
ให้แม่ และป่าย ได้อยู่อย่างสบาย
พ่อยังจำได้หรือเปล่า…

วันที่ต้องขายรถฟอร์ดสีดำ ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน แต่ด้วยราคาที่แพง และเงินที่จะนำมาผ่อน ไม่เพียงพอ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ เราต้องเปลี่ยนมานั่งรถปิ๊กอัพ สีเขียว กัน แม้ว่ามันจะไม่สบายนัก แต่พ่อก็ได้ใช้รถคันนั้น ขับไปทำงาน ไปส่งขนม ตามสหกรณ์ ร้าน โรงพยาบาลต่าง ๆ หลายที่ ป่าย ไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมาก ได้แต่นั่งหลับไปในที่นั่งแคบ ๆ แต่อบอุ่นในรถคันเดียวกัน

เช้าตรู่บางวัน ต้องตื่นแต่เช้า ไปรับข้าวแต๋น ที่ส่งมา จากลำปาง
เอาไปขาย ตามที่ต่าง ๆ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว

เมื่อก่อน ป่ายเคยคิดว่า ทำไมชีวิตต้องลำบากขนาดนี้
เมื่อเวลาผ่านไปจึงได้รู้ว่า ประสบการณ์ชีวิตเหล่านั้น สอนอะไร หลาย ๆ อย่างไว้มาก

สอนให้รู้ว่า คนเรามีหลายแบบ บางคนมองแต่ที่หน้าตา ฐานะ แค่เปลี่ยนรถจากเก๋งเป็นปิคอัพ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป บางคนคบกัน เพื่อหวังผลตอบแทน

สอนให้รู้ว่า เงินหายากมาก แม้จะส่งขนมหลายที่ แต่ต้นทุน ก็ไม่ใช่ถูก ๆ และด้วยเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป ตามแต่ละสถานที่ที่ไปส่ง เงินที่ได้จากแต่ละที่ ก็ใช่ว่าจะมากมายอะไร อาศัยว่า ตระเวนส่งทั่วไป เงินที่มารวมกัน จึงพอจะช่วยได้บ้าง

สอนให้รู้ว่า การจะทำอะไรให้สำเร็จ ต้องใช้ความอดทน และความพยายามเป็นที่ตั้ง พ่อเคยบ่นเคยว่า ว่าป่ายไม่เอาไหน เป็นคนไม่มีความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรให้สำเร็จ ป่ายเก็บเอาสิ่งที่พ่อพูด เป็นแรงผลักดัน จนวันนี้ ป่ายหวังว่าคงทำให้พ่อภูมิใจได้บ้าง

พ่อแทบไม่เคยชมป่ายเลย ว่า ดี หรือเก่ง เพราะพ่อรู้ดีว่า ถ้าพูดไปแบบนั้น คนเรา จะไม่เกิดการพัฒนา…

ตอนป่ายอยู่ ป.๔ พ่อไปปฏิบัติภารกิจที่ติมอร์ตะวันออก ไม่อยากให้ไปเลย รู้สึกว่ามันอันตราย
แต่พ่อก็ได้ให้ความมั่นใจว่า จะกลับมาอย่างปลอดภัย
เบี้ยเลี้ยงที่ได้จากการไปปฏิบัติภารกิจครั้งนั้น พ่อนำมาใส่หลังคาให้รถปิ๊กอัพ ไม่ต้องใช้ผ้าพลาสติกคลุมลังปลากรอบจากหนองมนเหมือนเมื่อก่อน

จากนั้น พ่อได้สอบไปเป็น ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกไทย ประจำกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
พ่อยังเคยพูดให้ฟังเลยว่า “เป็นแค่ลูกชาวสวน แต่ได้ถึงขนาดนี้ ก็พอใจแล้ว…”

ช่วงเวลาที่อยู่อินโดนีเซีย เป็นช่วงเวลาที่สุขสบายที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต พ่อบอกเสมอว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนภาพลวงตา อย่าลืมตัว สิ่งเหล่านี้เหมือนหัวโขน ที่วันหนึ่ง เราก็ต้องถอดออก  

ด้วยนิสัยขี้เกรงใจของพ่อทำให้พ่อชอบทำอะไรเองแทบทุกอย่าง แม้จะมีแม่บ้าน มีคนขับรถ แต่พ่อก็ยังชอบทำอะไรด้วยตัวเองอยู่เสมอ และสอนให้เราแม่ลูก รู้จักพึ่งตนเองเป็นหลักเช่นกัน

และชีวิตที่อินโดนีเซีย ก็คือความทรงจำร่วมกันที่ดีที่สุด ของเราสามคน พ่อ-แม่-ลูก

“ติว ตี๊ดิว ตี่ติว ตี๊ติว…” ทำนองเพลงค้างคาวกินกล้วยที่พ่อร้องให้ฟังเวลานอนไม่หลับ… ยังดังก้องอยู่…

แผ่นกระดาษที่มีการเทียบตัวอักษร ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เช่น B คือ บ.ใบไม้
เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนภาษาอังกฤษ ของป่าย ยังติดตาอยู่เสมอ

พ่อเป็นคนชอบคิดอะไรไม่เหมือนคนทั่วไป ชอบวางแผน เป็นคนมองการณ์ไกล และสิ่งหนึ่งที่พ่อได้วางแนวทางไว้ ก็คืออนาคตของป่าย
พ่อชอบขับรถ พาแม่กับป่ายไปเที่ยว ตามที่ต่างๆ  อยู่เสมอ พ่อบอกว่า การเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็น การแสดง Light and Sound เรื่องยุทธหัตถี ที่สุพรรณบุรี การไปนอนดูฝนดาวตกที่นครนายก  นอนดูดาวที่ท้องฟ้าจำลอง การนั่งรถไฟในอินโดนีเซีย ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่หมู่ภูเขาไฟ โบรโม

 

เหล่านี้ คือสิ่งที่พ่อสร้างและเสริมให้ ด.ช.จุลฉัตร เติบโต เป็นนายจุลฉัตร ได้ในวันนี้

วันที่ ๑๐ สิงหาคม ป่ายตื่นมาตามปกติ

รู้สึกแปลกใจมากที่มีคนโทรมาถามเบอร์โทรศัพท์แม่หลายครั้ง
รู้สึกเฉลียวใจ รีบโทรหาพ่อ

ใครจะไปนึกเล่า ว่าคนที่รับสาย จะพูดออกมาว่า “พันเอกมนัส ท่านเสียชีวิตแล้วครับ” แทบไม่มีเวลาให้ทำใจก่อนเลย

เมื่อได้ยินแล้ว รู้สึกเหมือนใจหล่นวูบ มือ เท้า สั่นเทาไปหมด
ไม่กล้าทำอะไรต่อ คิดว่า นี่ต้องเป็นฝันแน่ ๆ อีกไม่นานต้องตื่นจากฝัน และเมื่อโทรศัพท์ไป พ่อต้องตอบกลับมาด้วยเสียงแจ่มใสว่า“เฮ้ยว่าไง”…

อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้าย

แต่ฝันร้ายคราวนี้ กลับกลายเป็นจริงขึ้นมา…

 

แม้ว่าในวันนี้ป่ายจะยังไม่สามารถทำใจได้ทั้งหมด
ถึงแม้ว่า ในวันนี้ ป่ายจะรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจกับอะไรหลาย ๆ อย่าง

แต่ป่ายก็ขอให้พ่อเชื่อใจเถอะว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ จะทำให้ป่ายเป็นคนที่แกร่งขึ้น และป่ายจะพยายาม…

จะพยายามเรียนรู้ เพิ่มประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อดูแลแม่ ผู้เป็นที่รักของพ่อและป่าย  

…ให้สมกับที่เป็น ลูก

เป็นลูก ของ พันเอก มนัส กาญจนโอฬารศิริ…
ผู้เป็นพ่อ ที่ดีที่สุดเสมอ ตลอดมา และตลอดไป…

“ขอให้พ่อมีความสุขและอารมณ์ดี เช่นที่เคยเป็น เสมอมา”

 

ปีนป่าย…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , | 9 Comments »

อีสาน…คลาสสิค!

แสดงความเห็นโดย peenpai บน สิงหาคม 6, 2009

เมื่อวานนี้ (๕ สิงหาคม ๒๕๕๒) ได้มีโอกาสไปฟังอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ มาพูดคุยให้ฟัง ในหัวข้อที่ชื่อ “วิถีไทยในอีสาน”
งานนี้ เรารู้มาจากพี่ก้อง ทรงกลด บางยี่ขัน ที่มีแนวคิดจะสัมภาษณ์อาจารย์ตามหัวข้อที่แบ่ง ๆ ไว้ แต่เห็นว่าสัมภาษณ์กันสองคนก็คงไม่สนุกเท่ากับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการซักถามจากนักเรียน(โข่ง) คนอื่น ๆ ด้วย

จริง ๆ แล้ว กิจกรรมนี้จัดมาหลายครั้งแล้วครับ แต่เราเพิ่งจะมีโอกาสได้ไปร่วม เมื่อวานนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ ๔ ครั้งนี้ ก็อย่างหัวข้อ เป็นตอน “วิถีไทยในอีสาน”
อาจารย์ยงยุทธ ท่านเป็นอาจารย์สอนในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย หลังจากที่ได้ฟังท่านแล้ว ต้องขอชื่นชมท่านว่าเป็นตนที่รู้ลึก ชนิดที่ว่า รู้ถึงต้นกำเนิด และสอนให้พวกเราได้รู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง มีสาเหคุ มีที่มาที่ไป ของมันทั้งสิ้น

การพูดคุยกันเริ่มตั้งแต่เรื่องของแผ่นดินอีสาน อาจารย์เล่าว่า เป็นแผ่นดินที่เก่าแก่ที่สุดของสยามประเทศ เมื่อก่อน อีสานก็เป็นทะเลตื้น ๆ เหมือนอ่าวไทย เมื่อแผ่นดิน (tectonic plate) ที่ชื่อว่า ฉานไทย ชนกับยูเรเซีย อีสานจึงกลายเป็นทะเลปิด ซึ่งก็ทำให้น้ำทะเลตกตะกอน ระเหยไปเรื่อย ๆ จนเมื่ออนุทวีปอินเดียชนกับยูเรเซียอย่างแรง ทะเลปิดที่ว่านี้ ยกตัวขึ้น กลายเป็นดินแดนที่ราบสูงอันเก่าแก่ของไทย
อาจารย์เชื่อว่า อีสานนี้ มีอายุมากกว่า ๔๐๐ ล้านปีมาแล้ว

ด้วยความที่อีสาน เคยเป็นทะเลมาก่อน เกลือจึงเยอะ และนำมาทำเป็นเกลือสินเธาวุ์ได้ แต่เกลืออีสานนี้ ก็แตกต่างจากเกลือสมุทร ตรงที่ไม่มีไอโอดีน และมีแร่ธาคุไม่เยอะเท่าเกลือสมุทร สาเหตุเป็นเพราะการตกตะกอนของแร่ธาตุในทะเลปิดอีสาน ที่ตกตะกอนเป็นชั้น ๆ ชั้นหนึ่ง ๆ แร่ธาตุก็จะมีอยู่ชนิดเดียว เกลือสินเธาวุ์หนึ่งเม็ด จึงมีแร่ธาตุและสรรพคุณไม่เหมือนเกลือสมุทรที่ได้จากน้ำทะเลทางภาคอื่น ๆ ของไทย

อาจารย์ให้ความรู้ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของอีสานว่าอีสานเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ เพราะเกิดจากการตกตะกอนของน้ำทะเล หลายร้อยล้านปีก่อน และตามความเห็นของอาจารย์ การสร้างเขื่อนในอีสาน เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะเขื่อนจะทำให้น้ำที่เก็บไว้ (เยอะนะ) ซึมลงชั้นหิน ลงไปจนถึงชั้นเกลือ น้ำมันไปไหนไม่ได้ในแนวดิ่ง ก็ไหลแนวราบ ละลายเกลือ ที่อยู่ใต้ดิน ทำให้แผ่นดินอีสาน เกิดปัญหาดินเค็ม… นี่อาจจะเป็นต้นตอของปัญหา ว่าทำไมอีสานจึงแห้งแล้ง ในสายตา ของคนทั่วไป…

เกร็ดความรู้เรื่องข้าว เป็นสิ่งที่เราสนใจและชอบมาก
ข้าวในสมัยก่อน ที่มีการดำนา เค้าจะปักดำทีละ ๓ ต้น (ต้นกล้า) แต่ละต้นแตกกอออกมา ๑๕ กอ เพราะฉะนั้น ในแต่ละจุดที่ปักดำลงไป จะมีข้าวถึง ๔๕ กอ นี่ทำให้เวลาต้นข้าวโตขึ้นเรื่อย ๆ มันจะบังแดด แสงแดดส่องมาไม่ถึงพื้น หญ้า ที่เป็นวัชพืชของข้าว จึงเจริญไม่ได้ ตายหมด ไม่ต้องใช้ยาปราบวัชพืช ในปัจจุบัน เป็นนาหว่าน ช่องว่างให้แสงแดดส่องถึง ก็จะทำให้วัชพืชใต้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ดี ทำให้ต้องใช้ยาปราบวัชพืชที่เป็นสารเคมีมากขึ้น
ปุ๋ย ในสมัยก่อนก็ไม่ต้องใช้ เพราะใช้วัวควายไถนา เวลามันไถนา มันจะถ่ายออกมาด้วย เป็นปุ๋ยคอกชั้นดี

เราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำพูดของอาจารย์ที่ว่า ในปัจจุบันนี้ เราพยายามปรับธรรมชาติให้เข้ากับตัวเรา ในขณะที่คนไทยสมัยก่อน พยายามปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ คนไทยสมัยก่อน ซึ่งเป็นนักสังเกต ได้สั่งสมภูมิปัญญาไทยไว้มากมาย คนไทยในปัจจุบันกลับเอาอย่างแนวความคิดต่างชาติ ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่แตกต่างจากบ้านเรามาก

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรู้ที่ได้ คราวหน้า จะมีขึ้นในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
ใกล้ ๆ พี่ก้อง ทรงกลด คงจะแจ้งรายละเอียดในเรื่องสถานที่และเวลาให้ทราบอีกทีหนึ่งครับ

www.lonelytrees.net คือเว็บไซต์ของพี่ก้อง สามารถเข้าไปติดตาม ข่าวสาร และเรื่องราวดีดีเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ที่นี่ครับ

วันนี้เรื่องราวมากมาย ยาวเหลือเกิน ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ

แล้วติดตามตอนต่อไปนะครับ…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , | 1 ความคิดเห็น »

ม้าลายสองสัญชาติ

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 24, 2009

หลังจากกลับมาเมืองไทยช่วงฤดูร้อน (ของอังกฤษ) นี้
ได้เห็นความแตกต่างที่ น่าจะชื่นชมฝั่งอังกฤษบ้าง

เรื่องนั้นก็คือ เรื่องของ ทางม้าลาย

ทางม้าลายที่อังกฤษ รถจะต้องหยุดให้คนข้ามก่อนเสมอ
ไม่ว่าคนข้ามจะเป็นคนแก่ เด็ก ข้ามไปครึ่งทางแล้วล้ม ข้ามแล้วลืมกระเป๋าตังค์ตกไว้ ก็ต้องจอดรอเสมอ
ไม่ว่าคนข้ามจะมีกี่คน ก็ต้องจอดรอ

บางที ด้วยความที่เราไปจากเมืองไทย เราก็เกรงใจรถที่วิ่งมา
อยากจะหยุดรอให้รถไปก่อนก็ได้ แต่เค้าก็หยุดให้
เรียกว่า บางที แค่เดิน ๆ ไปริม ๆ ฟุตบาท ที่มีทางม้าลาย รถที่มาก็ชะลอ และเตรียมหยุดเลย

รู้สึกได้ถึงความเคร่งครัดในการปฏิบัติตามกฎหมายของคนในประเทศ
อันนี้ เราคิดว่า คงไม่ได้มาจากจิตสาธารณะเพียงอย่างเดียว การบังคับใช้กฏหมายและผลที่จะตามมา ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็เป็นสิ่งที่อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่ง

มาเทียบกับทางม้าลายบ้านเรา
ทันทีที่คนขับเห็นว่าจะมีคนข้าม
คันเร่งจะถูกอวัยวะเบื้องล่างที่มีนิ้วเหยียบอย่างไม่คิดชีวิต ขอให้รถข้าผ่านไปก่อน ไม่งั้นเสียเวลาแย่
บางทีก็มีการบีบแตรอีก

หรือว่า เป็นเพราะคนไทยไม่ค่อยได้เดิน
ใช้รถ ขึ้นรถ กันหมด
เวลาของคนในรถ จึงมีความสำคัญมากกว่าความปลอดภัยของคนข้ามถนน

ติดตามตอนต่อไป…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | 3 Comments »

ใหญ่ที่สุดในโลก

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 15, 2009

วันนี้ได้ดูข่าวเกี่ยวกับการทำอะไรใหญ่ ๆ ลงกินเนสบุคส์ ในบ้านเรา
แล้วก็รู้สึกอะไรแปลก ๆ ในใจ

เคยเห็นการทำ “ไข่เจียวใหญ่ที่สุดในโลก” บ้างล่ะ
“ก๋วยเตี๋ยวผัดใหญ่ที่สุด” “ธูปที่ใหญ่ที่สุด”

บางอย่างก็ดีตรงที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว
ช่วยดึงดูดความสนใจของคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวให้
สนใจกิจกรรมที่จัดขึ้นด้วย

แต่ “มันมากไปมั้ย”

ทำไข่เจียวใหญ่เบ้อเริ่ม “อร่อยมั้ย” “คนกินได้มั้ย”
และที่สำคัญ “คุ้มมั้ย”

ทำให้ใหญ่ คงทำไม่ยาก แต่ทำให้ดี คงยากยิ่งกว่า

น่าจะเอาเงิน ที่ไปลงทุนกับการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ “ใหญ่” มา ช่วยพัฒนา คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ ให้ “ดี” ขึ้นมากกว่านะครับ

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: | Leave a Comment »

ปีนป่าย ไป ปาย…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 11, 2009

อาทิตย์ที่แล้ว ไปเที่ยวทางเหนือกับพ่อและแม่

ได้ไปเที่ยวที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ช่วงหน้าฝน

ก็สวยไปอีกแบบ
ถึงแม้ว่าทางจะคดโค้งและชวนเวียนหัวสุด ๆ ก็ตาม

อันที่จริงแล้ว
ปาย เป็นเมืองที่น่ารักครับ คือเป็นเมืองที่เงียบ ๆ
อยู่ในหุบเขา หน้าหนาวอากาศคงดีมากทีเดียว

แต่ เมื่อมีการประชาสัมพันธ์ ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว และการใช้
เมืองปายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร

ความน่ารักของเมืองปายในวันนี้ เราคิดว่า คงลดลงจากเมื่อก่อนเยอะแน่ ๆ
(คิดเองเพราะเพิ่งเคยไปครั้งแรกอาทิตย์ที่แล้ว)
ความน่ารักที่ลดลง เป็นผลจากการกระทำของคน

การอำนวยความสะดวก ให้นักท่องเที่ยว จนลืมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นไป
เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

ในเมืองปาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเยอะ
หลาย ๆ สิ่ง ก็เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็น
แต่บางสิ่ง ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น

อินเตอร์เน็ต ร้านสะดวกซื้อ เป็นสิ่งจำเป็น มีไว้ก็ดี
ร้านเหล้า ที่เปิดแบบไม่จำกัดเวลา ไม่มีลิมิต เปิดอยู่ข้างถนน ไม่จำกัดเขต
ปล่อยให้มีผับอยู่กลางชุมชน ย่านที่อยู่อาศัย
เด็กเลิกเรียนก็เห็นฝรั่งนั่งกินเหล้า เมา หน้าแดง

เหมาะสมแล้วหรือ ที่จะนำเข้าวัฒนธรรมเหล่านี้มา?

ร้านรวงที่เปิดขายโปสการ์ด และของที่ระลึก บางร้าน
ที่เราไปเจอมา บอกได้เลยว่าเรารู้สึกแย่

มีป้ายโฆษณาติดประกาศว่า สามารถนำรูปจากกล้อง มาทำ “โปสการ์ด” ได้
และใกล้ ๆ กัน มีแผงโปสการ์ด ทำมือวางอยู่

เรานึกว่าจะได้เหมือน ๆ กัน คงเป็นความสะเพร่าของเราเองด้วยมั้ง ที่ไม่ได้ถามก่อนว่าจะออกมาในรูปแบบไหน
เราก็เอาเมมโมรี่ในกล้องออกมา เลือกรูป จากเครื่องปรินต์ที่ใส่เมมโมรี่การ์ด เข้าไปได้
ปรากฏว่า เป็นการปรินต์รูปสีธรรมดา ๆ
คิด แผ่นละ ๓๐ บาท ได้มั้ง ถ้าจำไม่ผิด

ไม่เห็นเหมือนในโปสการ์ดทำมือที่วางไว้เลย

ร้านโปสการ์ดนี้เป็น ร้านชื่อดัง ที่ใครเห็นก็คงจำได้ อยู่ในตัวเมือง
เรารู้สึกผิดหวัง คนไทยด้วยกันแท้ ๆ ยังเอากำไรและโกหกกันถึงขนาดนี้

“ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” อยากจะปรินต์ข้อความนี้ ไปเป็นของขวัญกำนัลให้ร้านนี้เหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม เรามีโอกาสไปกินร้านน้ำปั่น อร่อยมากอยู่ร้านหนึ่ง ชื่อร้าน Fruit Factory ในตัวเมือง
เค้าทำจากผลไม้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เราสั่งน้ำมะม่วงปั่น
และเท่าที่เรากินมา น้ำมะม่วงปั่นที่นี่ เป็นหนึ่งในที่ที่อร่อยที่สุดเลย

DSC03637

เป็นห่วงเมืองปายจริง ๆ นะ เข้าใจว่าเศรษฐกิจก็สำคัญ
แต่สิ่งที่จะทำให้มีรายได้อย่างยั่งยืน คือความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มิใช่หรือ?

ติดตามตอนต่อไป…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , | 5 Comments »

สิบเอ็ดเดือนกว่า

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 1, 2009

เป็นเวลากว่าสิบเอ็ดเดือน ที่จากบ้านไปไกล
ตอนนี้ กลับมาได้ไม่กี่วัน มีเวลา มานั่งเขียนบล็อกเล่าความในใจ… (แหม ทำซะซึ้ง)

คิดถึงเมืองไทยมากจริง ๆ
ตอนกลับมาถึง บอกกับพ่อแม่ว่า “ไม่เคยเห็นคนไทยตัวเป็นๆ  มานานแล้ว”
คนไทยตัวเป็น ๆ หมายถึงคนไทยที่เดินอยู่รอบ ๆ ตัว พูดภาษาไทย ใช้ภาษาไทยกันอย่างคล่องแคล่ว

อากาศที่เมืองไทย ร้อนอบอ้าว ตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากเครื่องบินมา ก็รับรู้ได้ทันที
ร้อนอบอ้าว แต่ก็อบอุ่นดี ไม่ใช่หรือ…

เรามีเวลาอยู่นี่ ประมาณสองเดือนกว่า ก่อนจะกลับไปเรียนต่อ
ปีหน้า คิดว่าจะกลับบ้านให้บ่อยกว่าปีละครั้ง
มันนานเกินไป…

เมืองไทย มีดีหลายอย่าง
ในไม่กี่วันมานี้ เราสังเกตได้ว่า
เวลาไปตามที่ต่าง ๆ ผู้คนที่ไม่รู้จัก เหมือนจะมีการคุยกัน มีความสัมพันธ์กันมากกว่า ที่อังกฤษ
ไม่ใช่ว่าที่โน่นไม่มี… มีเหมือนกัน แต่ไม่มากเท่าเมืองไทย
นี่คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เมืองไทยนี้อบอุ่น…

การบริการ เวลาไปตามห้างร้านต่าง ๆ ก็เยี่ยมยอด
บางทีเราก็รู้สึกเกรงใจ ว่าไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้

แต่ก็นั่นแหละ มันอาจจะเป็นธรรมชาติของคนไทย ที่มีบุคลิก ยิ้มแย้มแจ่มใส ชอบช่วยเหลือ อยากให้นี่เป็นเสน่ห์ที่คนมองเห็น และช่วยกันอนุรักษ์ไว้เป็นมรดก ทางวัฒนธรรมของประเทศเรา…

รักเมืองไทย

โปรดติดตามตอนต่อไป…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , | 2 Comments »

คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ …#3

แสดงความเห็นโดย peenpai บน ตุลาคม 22, 2008

วันนี้จะมาคุยเรื่องการเตรียมตัว เมื่อผ่านข้อเขียนแล้ว…

เมื่อผ่านข้อเขียนแล้ว ก็จะมีการเรียกไปสัมภาษณ์ ตามวันและเวลาที่กำหนดนะครับ

ตอนนี้ล่ะ เวลาแห่งความตื่นเต้นก็มาถึง

พี่คงบอกไม่ได้ว่าเข้าไปแล้วถามอะไรบ้าง…

แต่วิธีการเตรียมตัวที่ดีก็คือ ฝึกซ้อมสัมภาษณ์ครับ
อันนี้ใช้ได้กับการสอบทุกอย่างที่มีการสัมภาษณ์ด้วย

บุคลิกลักษณะ ท่าทาง มารยาท

เข้าไปในห้อง เดินอย่างสง่า และมั่นใจ

ไหว้อย่างจริงใจ ยิ้มด้วยครับ  จะช่วยทำให้กรรมการประทับใจ (พี่ว่านะ)

เวลานั่งคุย กับกรรมการสัมภาษณ์ ท่านั่ง อย่าเอามือวางไว้บนโต๊ะ เพราะถือว่าไม่สุภาพ

(อันนี้อาจารย์ที่โรงเรียนติวมาครับ)

เอามือวางไว้ข้างล่าง

นั่งหลังตรง ถ้ามีไมโครโฟน ให้ปรับไมโครโฟนให้อยู่ในตำแหน่งพอดี ไม่สูงจนต้องชะเง้อ
หรือไม่ต่ำจนต้องนั่งหลังค่อมตอบคำถาม

เวลาตอบคำถามก็ขอให้ตอบอย่างฉะฉาน แต่ไม่ก้าวร้าว ตอบไปยิ้มไป

สบตากับกรรมการด้วยนะครับ

เวลาฝึกซ้อมสัมภาษณ์ ก็ให้ลองตั้งคำถามที่เกี่ยวกับตัวเรา

เกี่ยวกับสถานการณ์รอบตัว

เกี่ยวกับสิ่งที่เราจะเรียน สิ่งที่เรากำลังจะสอบ

ถ้าข้อไหน ถามมาแล้วไม่รู้
ถ้าเป็นพี่ จะตอบว่า “จะไปหาความรู้เพิ่มเติมครับ” ในเชิงว่า เลยอยากได้ทุน หรืออยากเข้าเรียนในคณะนี้ไง…

ฝึกคำถามเชิงจิตวิทยาไว้เยอะ ๆ ก็จะดีมากครับ…

มีมุขในการตอบเล็กน้อย (อย่าแป้กนะ) แต่ไม่มีก็ไม่เป็นปัญหาครับ…

สำหรับในการสอบวันจริงนั้น

ตื่นเต้นไปเถอะครับ… แรงกดดันมันเยอะจริง ๆ เมื่อผ่านมาถึงรอบที่สัมภาษณ์แล้ว
ก็ขอให้คิดอยู่เสมอว่า “เรามีโอกาส” คิดถึงคุณพ่อคุณแม่ไว้ เวลาจะทำอะไรสำคัญ ๆ
“คนที่ไม่ลืมบุญคุณคุณพ่อคุณแม่ ไม่มีวันล่มจม” นะครับ 

ก่อนจะเข้าห้องสอบ ขอพรจากคุณพ่อคุณแม่
พี่เชื่อว่า ท่านทั้งสองจะเป็นกำลังใจที่ดีให้กับน้อง ๆ แน่นอนครับ

สำหรับพี่ ก็ขอให้น้อง ๆ ที่จะสอบ ในปีนี้ และปีถัด ๆ ไป โชคดีครับ

มีอะไรสงสัย เมล์มาคุย ได้ครับที่ chulachat@gmail.com

ขอให้โชคดีครับ ^ ^

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , | Leave a Comment »

คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ …#2

แสดงความเห็นโดย peenpai บน ตุลาคม 18, 2008

ครับ คราวนี้ จะมาคุยเรื่อง การเตรียมตัวสอบครับ

สำหรับการสอบทุนนี่

ตั้งแต่เลือกทุนเลย

อยากให้น้อง ๆ เลือกทุนที่คิดว่าเป็นไปได้ และเหมาะสมกับตัวเราครับ

ถ้าเลือกทุนดีดี ก็มีชัยไปนิดหน่อยแล้วครับ

ต้องบอกเลยว่า เป็นการสอบที่สนุกสุด ๆ ครับ โหด มัน ฮาจริง ๆ

เริ่มแรก สอบข้อเขียนที่สมัคร ๆ กันไป

การสอบทุน โดยเฉพาะทางสายศิลป์ (เพราะพี่จบวิทย์มาแต่สอบทุนศิลป์ครับ)

สายวิทย์ไม่รู้เท่าไหร่

ทุนของพี่เป็นทุนกระทรวงการต่างประเทศ

สำหรับการสอบทุนสายศิลป์ทั่ว ๆ ไป ต้องอ่านเยอะ ๆ ครับ

อาศัยการอ่านรอบตัว ดูวิธีเขียน แสดงความคิดเห็น อ่านพวก มติชน หรือ เนชั่น สุดสัปดาห์ก็จะดีมากครับ

ช่วยในเรื่องการเขียน ไม่เฉพาะการสอบทุนเท่านั้น สอบตรง หรือ เวลาเข้ามหาลัย ก็ได้ใช้ทั้งนั้น

เรียนรู้ไป ไม่เสียหายเลยครับ

อื้มมม ทีนี้ ในเรื่องของเนื้อหาวิชาสอบ ไม่รู้ว่า เอามาโพสที่นี่ จะผิดกฏหมายอะไรรึเปล่า

ขอพูดทั่ว ๆ ไปละกันครับ

จะบอกว่า การสอบตรง การสอบทุน พวกนี้ เป็นการรวบยอด เนื้อหาวิชาทั้งหมดที่เรียนมา

ไม่ใช่แค่เนื้อหาที่เรียนในโรงเรียน แต่เราต้องสามารถเอาไปโยงเข้ากับเรื่องอื่น ๆ ได้

เศรษฐศาสตร์ อาจจะต้องไปโยงกับขโมยขึ้นบ้านได้…

อะไรทำนองนี้

ฝึกเขียนเรียงความ ย่อความ ไว้เยอะ ๆ ครับ ว่าง ๆ ก็ฝึกเขียนเอาเลย คนเดียว

เดือนนึงก็เก่งแล้ว…

อืม มีอะไรอีกล่ะ

ภาษาอังกฤษ พี่มีวิธีการเรียนด้วยตัวเอง ถ้าอยากรู้ ให้คุยมาทางเมล์ chulachatk@ccss.co.uk ได้ครับ

เพราะโพสต์ไว้ที่นี่อาจจะยาวนิดนึง…

เวลาใกล้สอบทุน

ที่เค้าบอกว่า อย่าตื่นเต้น ตกใจ อะไรนั่นน่ะ

พี่อยากจะบอกว่า พอสอบจริง ๆ แล้ว ตื่นเต้นสุด ๆ เลย มือเย็นเฉียบ

เครียดครับ เป็นทุกคน พี่เลยไม่พยายามบอกว่า เฮ้ย อย่าตื่นเต้นนะเว่ย

ไม่เอาอะ มีความรู้สึกแสดงว่าเรายังดีอยู่… ตื่นเต้นไป…

แต่มีสติครับ… ก่อนเข้าห้องสอบสติจะแตก จะกระเจิงไปยังไงก็ตาม

พอเท้าก้าวเข้าห้องสอบ ทุกอย่างเงียบ…

ขอให้รวบรวมสติกลับมาครับ นั่งหลับตาที่โต๊ะสอบ นับหนึ่งถึงสิบ

ช่วยได้ครับ แค่นั้นพอ ไม่ต้องทำอะไรมาก…

ในห้องสอบ ขอย้ำนะครับ กรรมการคุมสอบ บอกอะไร ให้ทำตามไม่งั้น อาจโดนปรับ ไม่ให้สอบเลย ก็ได้นะครับ

เพื่อประโยชน์ของเราเองนะ

 

ฟังคำสั่ง อ่านให้ดีดี แล้วเวลามีคนคุมสอบ เดินไปเดินมา ไม่เข้าใจตรงไหน ก็ถาม

เช็คให้ดี ชื่อเขียนรึยัง เลขประจำตัวสอบ ครบมั้ย เอ๊ะทำไมช่องเกิน ช่องเกินแล้วเขียนยังไง ใส่ศูนย์ไปตรงช่องที่เกินมั้ย หรือว่าเว้นไว้เฉย ๆ พวกนี้สำคัญครับ เพื่อประโยชน์ของตัวน้องเอง

ทำข้อสอบ ทำด้วยความตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจ ครับ

อ้อ อย่าลืมดูเวลาด้วย…

ลายมือ ไม่ต้องสวยมากก็ได้ เอาพออ่านรู้เรื่อง ถ้าไม่มีเวลา

ถ้ามีเวลาเหลือ ก็บรรจงหน่อย หรือลบตรงที่เขียนเขี่ย ๆ แล้วเขียนใหม่ ให้ดีดีหน่อย

ก่อนส่ง ตรวจดูว่า เขียนรู้เรื่องมั้ย มีตรงไหน ที่เราอ่านแล้วไม่เข้าใจ ถ้าคำถามไหน เราตอบแล้ว

เราเองยังอ่านไม่เข้าใจ อย่าคิดว่าคนอื่นคงจะเข้าใจนะครับ… ^ ^

ก่อนส่ง ดูอีกที เค้าให้ทำยังไงกับกระดาษคำตอบ กระดาษข้อสอบ ดูว่าได้เขียนอะไรลงไปรึเปล่า

เพื่อป้องกั

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , , , | 1 ความคิดเห็น »

คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ…#1

แสดงความเห็นโดย peenpai บน ตุลาคม 14, 2008

อย่างที่ได้เคยบอกไว้ตั้งแต่คราวที่แล้วนะครับ

วันนี้จะมาเขียนคำแนะนำ สำหรับน้อง ๆ ที่จะเริ่มสอบชิงทุน หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ

เรื่องที่บอก เป็นเรื่องที่มาจากประสบการณ์

ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านครับ ^  ^

ก่อนอื่นเลย ทราบมาว่า น้อง ๆ จะเริ่มสอบชิงทุนรัฐบาลกัน ในเดือนนี้แล้ว

ประมาณปลายเดือน วันที่ยี่สิบกว่า ๆ ใช่ไหม

อื้ม ก่อนอื่นเลยนะครับ

พี่อยากจะบอกว่า

กำลังใจ ความตั้งใจ สำคัญมากครับ
ไม่ใช่เฉพาะสอบชิงทุน สอบเอ็นทรานซ์ก็เหมือนกัน

น้อง ๆ ทุก ๆ คน พี่เชื่อว่า รักคุณพ่อ คุณแม่ด้วยกันหมด สิ่งทีคุณพ่อคุณแม่ ท่านหวังจากพวกเรา ในฐานะนักเรียนมากที่สุด ก็คือ การที่ลูก ๆ ของท่าน ประสบความสำเร็จในการเรียน การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของความสำเร็จเหล่านั้นครับ

พี่อยากให้น้อง ๆ ที่อ่าน ลองหลับตาดูสักพักนะครับ คิดถึงหน้าคุณพ่อ คุณแม่ ความรักที่ท่านมีให้ มากมายเกินกว่าจะสามารถคิดออกมาเป็นเงิน เกินจะคิดออกมาเป็นสิ่งของ แต่สามารถตอบแทนได้ด้วยการกระทำ ความคิด และความตั้งใจของเราครับ

ดังนั้น เวลาใดก็ตามที่น้อง ๆ อ่านหนังสือ แล้วท้อ แล้วเหนื่อย แล้วง่วง ขอให้น้องคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ ไว้ก่อนเลย ท่านหวัง ท่านห่วง เรามากนะครับ มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า “คนที่รักและเคารพ พ่อแม่ คนนั้น ไม่มีวันล่มจม”

หวังว่าน้อง ๆ คงมีกำลังใจ มีแรง ในการอ่านหนังสือ และเตรียมตัวสอบกันมากขึ้นแล้วนะครับ

คราวหน้า จะมาคุยถึงการเตรียมตัวด้านอื่น ๆ อีกครับ

“ลูกคนใด สามารถนำส่วนที่สูงที่สุด ในตัวลูก ก้มลงจรด ส่วนที่ต่ำที่สุดของ คุณพ่อคุณแม่ได้ ลูกคนนั้น ประเสริฐนัก”

ได้ยินมาจากอาจารย์นักพูดท่านหนึ่งครับ ฝากไว้เป็นข้อคิดนะครับ

To be continued…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , | 3 Comments »

…สวัสดีวันแม่…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน สิงหาคม 12, 2008

๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๑

            “ใช่เพียงอุ่นท้องที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
                            อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
                 ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน”

ขอรำลึกถึงพระคุณแม่

ให้แม่สุขภาพแข็งแรงครับ

   “ปีนป่าย”
Broadstairs, Kent
๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๑

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , | 2 Comments »