ปีนป่าย

ปีนจากกะลา สู่โลกกว้างที่ ท้าทาย

ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2009

UK-39 ระหว่างทางรถไฟ…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 26, 2009

วันนี้เดินทางไปงาน Open Day ของ London School of Economics (LSE)

ที่ลอนดอน ระหว่างทาง ก็ได้สังเกตดูบ้านดูเมือง และคิดนู่นคิดนี่ไปตามประสา

พบว่า แต่ละหมู่บ้านแต่ละเมือง ก็จะมีวิหารใหญ่ ๆ อยู่กลางเมือง
ดู ๆ ไปก็คล้ายเมืองไทย ที่เวลามอง ๆ ไป เวลานั่งรถไฟผ่าน จะมีวัด
ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์รวมใจ ศูนย์รวมกิจกรรมของคนในชุมชนนั้น ๆ
ในความเห็นของเรา เราว่า ศาสนา เป็นสิ่งที่สำคัญนะ
เป็นสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวเราไว้ ในยามที่เรารู้สึกท้อแท้ ในยามที่เศร้า ไม่ว่าศาสนาใด เราว่า ก็สามารถให้ทางออกที่ดีได้เหมือน ๆ กัน

——————————————————————

วันนี้เรารู้สึกชื่นชมในความตรงเวลาของคนและระบบขนส่งมวลชนที่นี่มาก
เพราะการไป Open Day ในวันนี้ มีข้อจำกัดด้านเวลาอยู่มาก
ในที่สุด ก็เดินทางตามเวลาได้เป็นผลสำเร็จ ดีใจมาก

——————————————————————

อ่านหนังสือเกี่ยวกับความคิดของคนเรา ชื่อ The pig that wants to be eaten แล้วก็เจอเรื่องที่น่าสนใจอยู่
เรื่องมีอยู่ว่า มีนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง (ในหนังสือเป็นของอังกฤษแต่ไม่เอ่ยชื่อ) ตั้งใจว่าจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง
จะแก้ปัญหาคอรัปชันและตัวเขาเองก็จะทำให้เป็นตัวอย่าง
มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่ง ที่รู้กันอยู่ว่าเป็นคนไม่ดี แต่ก็ไม่เคยทำความผิดให้ถูกจับหรือตกเป็นผู้ต้องหา
เค้าเดินเข้ามาหานายก
บอกว่า “ท่านนายก ท่านก็รู้อยู่ว่า ชื่อเสียงผมไม่ค่อยดี เอางี้ดีไหม ผมจะบริจาคเงิน สิบล้านปอนด์เพื่อให้คนในแอฟริกามีน้ำสะอาด
แล้วท่านนายก ช่วยประกาศความดีของผม โดยการแต่งตั้งให้ผมเป็นลอร์ด แต่ถ้าท่านไม่สัญญากับผม ผมก็จะเอาเงินสิบล้านไปใช้เอง”

นายกรัฐมนตรีท่านนี้ ทราบดีว่าเป็นการติดสินบนกันเห็นๆ  แต่มาคิดดูอีกที… การบริจาคให้กับคนที่แอฟริกาก็เป็นเรื่องดี
และเป็นประโยชน์มากทีเดียว

ถ้าจะแลกกับการแต่งตั้งลอร์ดให้เศรษฐีคนนี้… กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนมากมายที่แอฟริกา…

ถ้าการติดสินบนมีครั้งแรกแล้ว…ก็อาจมีครั้งที่สอง…

จะทำยังไงดี…

ฝากให้คิดดูครับ

to be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , , , , | 3 Comments »

UK-38 เปลี่ยนบรรยากาศที่ อีลี่ (Ely)

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 23, 2009

ทริปนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว (14 มีนาคม) เกิดอารมณ์อยากออกไปนอกเคมบริดจ์ขึ้นมา
เคยคิดไว้นานแล้วว่าจะไปที่ Ely ซึ่งเป็นเมืองเล็ก  ๆ ใกล้ ๆ กับเคมบริดจ์ นั่งรถไฟไปแป๊บเดียว
เอาล่ะ ฮึบบ… ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋า ขึ้นรถไฟกันเลย

ค่ารถไฟไป Ely 2 ปอนด์กว่า ๆ ถือว่าไม่แพงมากนัก
ขึ้นรถไฟที่จะไปเมือง Norwich มีสองโบกี้เอง รถค่อนข้างเก่า (คราวนี้เป็นของบริษัท East Anglia)
คือรถไฟแต่ละเขต ก็จะเป็นของคนละบริษัทกัน มาตรฐานใกล้ๆ  กัน จะเก่ากว่าโทรมกว่าก็มีบ้างนิดหน่อยครับ
dsc03276
นี่รูปรถไฟที่นั่งมา

สิบห้านาที มาถึงเมือง Ely แล้ว

dsc032771  นี่เป็นป้ายสถานีรถไฟ ริมถนน เป็นการยืนยันว่า ที่นี่ Ely นะเฟ้ยย…

เดินเท้าเข้าเมือง เพื่อจะไปที่ Tourist Office
dsc03281
ทางเข้าเมือง เห็นวิหารเด่นเป็นสง่าอยู่ไกล ๆ ครับ

เมื่อมาถึง Tourist Office ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์
โอลิเวอร์ ครอมเวลล์คือ นักการเมืองในสภาอังกฤษ ในศตวรรษที่ 17 เนื่องจาก พระเจ้าชาร์ลส์ที่หนึ่งทรงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานของรัฐสภา
ทำให้เหล่าสมาชิกสภากลุ่มหนึ่ง นำโดยโอลิเวอร์ กระทำการสำเร็จโทษพระเจ้าชาร์ลส์ที่หนึ่งแห่งอังกฤษ จากนั้น โอลิเวอร์ได้ขึ้นเป็นผู้นำ เผด็จการอยู่ระยะหนึ่ง
เมื่อเขาเสียชีวิตแล้ว ลูกชายปกครองต่อมาอีกระยะสั้น ๆ ก่อนจะมีการรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญขึ้นมา เมื่อกษัตริย์ คนใหม่ขึ้นมา
พระองค์แทบไม่เหลืออำนาจทางการเมืองอยู่เลย และเป็นอย่างนั้นมาจนถึงปัจจุบัน

บ้านที่ Ely ของโอลิเวอร์นี้เป็นบ้านเก่าสมัยที่โอลิเวอร์เคยอยู่เมื่อยังหนุ่ม ๆ ก่อนจะไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

ที่สำนักงานท่องเที่ยว แจกแผนที่สีสวยสด ไว้เป็นไกด์เดินชมเมืองได้เอง แต่ก่อนที่จะไปเดินทัวร์รอบเมือง
เรามาทัวร์บ้านโอลิเวอร์กันก่อนดีกว่า ที่นี่มีไกด์ทัวร์ รูปร่างป๋อง ๆ คล้ายโทรศัพท์มือถือ กดหมายเลข แล้วเดินตามห้อง ก็จะมีเสียงบรรยาย มีเสียงคนที่แกล้งทำเป็นเหมือนอยู่ในสมัยนั้น มาพูดคุย เพลินดีครับ

dsc03302
ห้องครัวที่บ้านโอลิเวอร์ มีการจำลองอาหาร ให้เหมือนในสมัยนั้น ลองดูที่ปลายโต๊ะฝั่งนู้นครับจะเห็นปลาไหลหั่น ๆ อยู่ ปลาไหล หรือ Eel เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Ely นี้แหละครับ
(เราเดาว่าน่าจะออกเสียงเพี้ยน ๆ จาก Eel มาเป็น Ely)
dsc03307
นี่ครับ รูปเขียนของโอลิเวอร์ครอมเวลล์

จะบอกว่า บ้านของโอลิเวอร์นี่ น่ากลัวอยู่เหมือนกัน คือบางห้องก็จะมีหุ่นๆ เป็นคนยืนทำนู่นทำนี่ แล้วคอเค้าก็ขยับได้ด้วย
ในห้องนอนนี่น่ากลัวมากครับ เพราะไฟมืดมาก แล้วเสียงบรรยายในไกด์ป๋อง ก็จะไม่ทำงานในห้องนี้ เราต้องเดินเข้าไป
ปิดประตูจนเกือบสนิท แล้วเสียงบรรยายถึงมา บนเตียงก็มี หุ่นโอลิเวอร์นอนอยู่ด้วยครับ
เราเอาขาข้างนึงยันประตูให้พอมีแสง ฟัง ๆ ไปได้ไม่นาน รู้สึกเครียดครับ มันมืดและอยู่คนเดียวด้วย
เลยเดินกึ่งวิ่งผ่านเตียง ออกอีกประตูนึง…แล้วก็พบกับแสงสว่างครับ… เฮ้อ… พอเจอแสงสว่าง ก็หันกลับมาเปิดประตู ขอถ่ายรูปห้องนอนไว้นิดหนึ่ง

dsc03297
นี่ก็คือบ้านของโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ มองจากข้างนอกครับ
ไปเดินตามแผนที่ครับ และเก็บภาพมาฝากกัน
dsc03292
ปืนใหญ่อันนี้ ทหารอังกฤษได้มาจากการต่อสู้กับรัสเซียที่ Sebastopol ในสงคราม Crimean War ศตวรรษที่ 19
พระนางเจ้าวิคตอเรียพระราชทานให้กับชาวเมือง Ely ครับ ในภาพ น้องชายหัวทองคนนี้กำลังเอาหัวจ่อปากปืนใหญ่พอดี…

dsc03287
มุมหนึ่งจากวิหาร Ely Cathedral ครับ

dsc033161
เป็ดแถว ๆ หน้าวิหารครับ ใกล้ ๆ ปืนใหญ่ น่ารักดี เลยถ่ายเก็บมาด้วย
dsc03323
อันนี้ใกล้กลับแล้ว มาถ่ายรูปแม่น้ำ ซะหน่อย มีคนนั่งตกปลา มีเป็ดลอยคอด้วย เค้าว่าแม่น้ำสายนี้ ก็ไหลต่อได้จนถึงเคมบริดจ์เลยล่ะ

ทริปนี้ เป็นทริปสั้น ๆ แวบไปช่วงบ่ายวันเสาร์ แล้วก็กลับครับ แต่ก็ได้บรรยากาศดีดี พร้อมความรู้มาแน่นเลย
ขากลับ นั่งรถไฟของบริษัท Cross Country เป็นรถไฟขบวนที่ไปสนามบิน Stansted ที่นั่งหรูมาก เสียดายนั่งแค่สิบห้านาที…
หวังว่าความรู้และบรรยากาศดีดีจะส่งผ่านถึงกันได้นะครับ

dsc03288
ขอปิดท้ายทริปนี้ ด้วยเป็ดน้อยครับ…^ ^

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , , , | 3 Comments »

UK-37 วันจมูกแดง…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 15, 2009

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม ไม่เกี่ยวกับศุกร์สิบสาม ไม่เกี่ยวกับการออกไปเที่ยวกลางคืนแล้วโดนชกกลับมาจมูกแดง…

มันเป็นวัน วัน วัน Red Nose Day
วันที่หลาย ๆ คนจะออกมาทำอะไรตลก ๆ เพื่อหาเงิน เข้ามูลนิธิต่างๆ ช่วยคนทั่วโลก

ครู อาจารย์ ที่โรงเรียน นัดแต่งแฟนซีชุดสีน้ำเงินกันมา แล้วออกไปช่วยหาเงินตามถนน
นี่คือรูปของอาจารย์โรงเรียนเราส่วนหนึ่งครับ
dsc03261
เรียงจากซ้ายไปขวา Mr.Kieron หัวหน้าหมวดเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ
Miss Filippa หัวหน้าหมวดวิชารัฐศาสตร์และสังคมศึกษา
Miss Liz อาจารย์วิชา Business Studies

ส่วนคนที่ยืนอยู่บนบันได กำลังอึ้งอยู่…”เฮือก”

ในวันเดียวกันนี้ ตอนบ่าย เราก็ได้ไปทัศนศึกษาของวิชาประวัติศาสตร์กับโรงเรียน
เราไปกันที่ Victoria and Albert Museum กรุงลอนดอน

หัวข้อที่เราจะไปชมนิทรรศการวันนี้ก็คือ
dsc03271
นี่ครับ นิทรรศการฉลองพระองค์ของพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซีย

จริง ๆ แล้ว ตัวนิทรรศการเอง ก็ไม่ใหญ่นัก เรียกว่าจิ๋ว ก็ว่าได้ แต่พิพิธภัณฑ์นั้นใหญ่โตมาก เราเคยมาที่นี่ในวันแรกที่มาถึงลอนดอน เดือนกรกฎาปีที่แล้ว กับเพื่อน ๆ
ยังเดินไม่หมดเลย หรือเดินหมด ก็คงเก็บรายละเอียดได้ไม่หมด…

จากนิทรรศการเรื่องฉลองพระองค์พระเจ้าซาร์นี้ ก็ได้ความรู้โดยสรุปว่า
ตั้งแต่สมัยที่ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่หนึ่งเป็นต้นมา ฉลองพระองค์ของซาร์ เน้นไปทางเครื่องแบบทหารมาก
เพราะท่านต้องการแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพทางการทหาร ความเข้มแข็งของอาณาจักร
แค่ฉลองพระองค์ สามารถบอกอะไรได้ตั้งหลายอย่างครับ

หลังจากดูนิทรรศการเสร็จก็รอฟังเล็คเชอร์เรื่อง Imperial Russia ซึ่งมีขึ้นที่พิพิธภัณฑ์นั่นแหละ…
น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ว่า เราจะง่วงอยู่เป็นช่วง ๆ (อันนี้ความผิดเราเอง คนบรรยายเค้าก็มีมุขตลก เสียงไม่น่าเบื่อเลย เราง่วงเอง)
dsc03268
นักประวัติศาสตร์ทั้งหลาย มีทั้งคนที่อยู่เอเลเวลปีแรก และปีสองมาด้วย

dsc03269
ที่ใส่สูทคือ Mr.Tom Bonser อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์และวิชาการเมือง
ขากลับใน tube รถใต้ดิน ก็มีคนแต่งตัวเป็นตัวตลก พร้อมกระป๋อง มาขอเรี่ยไร เนื่องในวัน Red Nose Day
กระป๋องบริจาคเงิน จะมีลักษณะคล้ายถังเล็ก ๆ มีฝาปิดลาดเทไปรวมตรงกลาง ตรงกลางเป็นรูยาว ๆ แบบนี้ครับ

บริจาคแล้วก็จะได้สติ๊กเกอร์รูป smiley สีแดงยิ้มแฉ่งมาติด
การบริจาค การทำบุญทำทาน ไม่ได้จำกัดอยู่ที่วันที่กำหนดขึ้นให้ทำเท่านั้นนะครับ ^ ^

Happy Red Nose Days ครับ  (Red Nose Day แต่ละคนคงต่างกัน)
(ขอบคุณรูปกระป๋องบริจาคจาก http://www.redcrosshiv.org/assets/images/what-can-i-do/image3.jpg)

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , , , , | 2 Comments »

UK-36 แสงสว่างในความมืด

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 14, 2009

เมื่อวันพุธที่ 11 ได้ไปร่วมการอบรมอาสาสมัครคนตาบอด ที่ CamSight
ซึ่งเป็นคล้าย ๆ มูลนิธิเพื่อคนตาบอดในเคมบริดจ์

ในการอบรมนี้ มีการสาธิตวิธีการพูดคุยกับคนตาบอด และผู้พิการทางสายตา คุยยังไง ให้เค้ารู้สึกไม่มีความแตกต่าง
วิธีการนำทางคนตาบอด วิธีการเป็นอาสาสมัครที่ดี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำ คือให้จับคู่
เอาผ้าปิดตา คนหนึ่ง แล้วให้อีกคน ที่เป็นคู่ของเรา เดิน เป็นคนนำทาง
ไปอีกที่หนึ่ง เราได้ใส่ผ้าปิดตาก่อน รู้สึกว่า ยากอยู่เหมือนกัน
มีความไม่มั่นใจ ความกลัว ความตื่นเต้น มาผสมปนอยู่ด้วยกัน แต่อย่างน้อย ก็มีความเชื่อมั่นว่า คู่ของเรา
จะบอกทาง นำทาง เราไปได้ในที่สุด

ได้ดูห้องที่มีอุปกรณ์เพื่อคนตาบอดหลากหลาย
ที่นี่ คนตาบอด เหมือนจะสามารถช่วยตัวเองได้เยอะ เพราะมีอุปกรณ์มากมาย
ที่ช่วยให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติที่สุด
มีนาฬิกาข้อมือ ส่งเสียงได้ มีที่วัดระดับน้ำ เวลาเทน้ำ ก็ไม่ต้องกลัวจะหก ล้นออกมา เพราะเมื่อน้ำถึงระดับ
ก็จะมีเสียงเตือน

มีของเล่น ไพ่อักษรเบรลล์ เกมเศรษฐีอักษรเบรลล์ก็มีนะครับ

ขากลับ เราผลัดเป็นคนนำทางกลับจากห้องอุปกรณ์มาที่ห้องโถงในโบสถ์ ที่ใช้เป็นที่อบรม
กลับมาถึง มีเกมให้เล่นกันอีก คราวนี้ เป็นกิจกรรมที่คนตาบอด และผู้พิการทางสายตาเค้าต้องทำในชีวิตประจำวัน
เช่น แยกถุงเท้า (จัดให้เป็นคู่), เทน้ำให้ได้ระดับ, ใส่แว่นสายตาพร่ามัว แล้วลองหาชื่อจากสมุดโทรศัพท์และมองหาวันหมดอายุของอาหาร, แยกเหรียญ

รู้สึกว่ายากมากเลย…ถึงแม้จะสามารถมองเห็นได้ อย่างคนสายตาพร่า การดำรงชีวิตให้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน ก็ยากขึ้นโขเลย
ลองคิดดู ขนาดเป็นตากุ้งยิงนิดหน่อย มีขี้ตาติดตอนตื่นนอน ยังรำคาญ และมองไม่ชัด…
ถ้าสายตาพร่า หรือตาบอดไป จะรู้สึกขนาดไหน

หลังจากจบการอบรมมีการแจกประกาศนียบัตร และมีขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมเครื่องดื่ม ให้กินและให้อาสาสมัครได้พูดคุยกัน
เราได้คุยไม่มาก เพราะใช้เวลากับแต่ละคนค่อนข้างนาน (น่าสนใจทั้งนั้นเลย คุยแป๊บเดียวเสียดายแย่)
มีคนนึง เค้าเคยเรียนหมอ แต่เรียนไปเรียนมา ถึงปีสาม แล้วก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่ อยากเป็นอาสาสมัคร เลยดรอปออกมาเลย
มาเป็นอาสาสมัครที่ CamSight นี่แหละ
อีกคนก็เป็นคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน เค้าถามเราว่าหนังสือเล่มสุดท้ายที่อ่านจบคืออะไร เราบอกว่า
The Kite Runner เค้าก็ เหมือนจูนเครื่องติด เล่าความประทับใจของเค้าต่อหนังสือเล่มนี้ให้ฟังใหญ่
บางที เราก็ประทับใจกันคนละตอน แต่ก็เห็นด้วยกับเหตุผลที่เค้ายกมา ว่าทำไมถึงประทับใจ

คนอาสา คงจะเหมือนกันทั่วโลก ดีใจ ที่ได้เจอผู้คนใหม่ ๆ
ยิ้มแย้มแจ่มใส มีไมตรี และมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์

เราเอง อาจจะเรียกว่าคนอาสาก็ละอายอยู่ เพราะตอนอยู่เมืองไทย ไม่ค่อยได้ไปทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์นัก
ต่อไปนี้ จะพยายามทำงานอาสาให้มากขึ้น…

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552, ไม่มีหมวดหมู่ | Tagged: , , | 1 ความคิดเห็น »

UK-35 เหมันต์ที่ผ่านพ้นไป…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 11, 2009

หน้าหนาว ผ่านไปแล้ว (หรือไม่ก็เกือบจะผ่านไปแล้ว) ตอนนี้อากาศที่นี่ เปลี่ยนมาเป็นอบอุ่นชื้น
(คือร้อนขึ้นและฝนตกบ่อย) ด้วยอุณหภูมิประมาณ 10 องศา (ถือว่าอุ่นจากเมื่อหายสัปดาห์ก่อนที่อุณหภูมิอยู่ประมาณ -2 กับ 3 องศา)

เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว อาจารย์ที่โรงเรียนบอกว่า “Spring is in the air!” ฤดูใบไม้ผลิกำลังมาแล้ว
สังเกตได้จากดอกไม้ที่เริ่มผลิดอกให้เห็นสีสันสดใส
เราเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมฝรั่งชอบแดดนัก โดยเฉพาะที่อังกฤษนี่
ครึ้ม ๆ ฝนตก ทั้งปี วันไหนแดดออก อารมณ์คนก็จะดีตามไปด้วย
ดูเหมือนคนอังกฤษจะดีใจ เมื่อสังเกตได้ว่า ฤดูใบไม้ผลิกำลังเดินทางมา ใกล้จะถึงแล้ว
หน้าหนาวที่หนาวจับใจ จะผ่านพ้นไป รออีกปีหนึ่ง ถึงจะได้กลับมาเจอกันใหม่

เหมันต์ กำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว… บ๊ายบาย เจอกันปีหน้าครับ คุณเหมันต์…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , , , , | 2 Comments »

UK-34 เดินอ่านเล่นยามบ่าย

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 8, 2009

เมื่อวานวันเสาร์
ไม่ได้ไปเดินเล่นที่ร้านหนังสือในเมืองมาหลายวัน ได้โอกาส จึงอยากใช้เวลาสบาย ๆ ไปกับการเดินดูหนังสือ
ร้านหนังสือที่อังกฤษนี้ ใหญ่ทีเดียว เรียกว่าร้านเดียวก็กินพื้นที่สองสามชั้น
วันนี้เลยจะเอาภาพและข้อมูลร้านหนังสือในเคมบริดจ์บางส่วนมาฝากกัน
ในเคมบริดจ์ ก็มีหลายร้านที่ดีดีเช่น Borders จากอเมริกา ร้านนี้มีบันไดเลื่อนในร้านด้วย ใหญ่มาก

Waterstones ร้านแบรนด์อังกฤษ ใหญ่เหมือนกัน มีสองสามชั้น แต่ไม่มีบันไดเลื่อน

WH Smiths ร้านนี้ขายเครื่องเขียนด้วย หนังสือด้วย แต่อาจไม่ใหญ่เท่าสองร้านแรก แต่ก็มีโปรโมชั่นอยู่เรื่อยๆ

Galloway and Porter ร้านขายหนังสือ มือหนึ่ง ลดราคา ราคาถูกจริง ๆ แต่ไม่ได้มีทุกเล่มที่เราต้องการ ต้องเข้าไปค้น ๆ ดู

Heffers อันนี้ส่วนใหญ่เป็นหนังสือวิชาการ แต่หนังสือทั่วไปก็มี ใหญ่ มีสองสามชั้น

นอกจากนี้อาจมีร้านที่ไม่ได้พูดถึงอีก หลายร้าน

เมื่อวานไปปักหลักอยู่ที่ Waterstone’s นานเลย
ร้านหนังสือที่นี่ มีที่นั่งให้คนได้นั่งอ่านอย่างสบาย ๆ มีเก้าอี้อยู่หลายมุม เดินเมื่อย ๆ เหนื่อยก็นั่งพัก…
ทำให้เราสามารถใช้เวลาเดินดูอยู่ได้นาน ๆ รู้สึกชอบจัง
ที่ร้าน Waterstone’s สามารถทำบัตรสมาชิกได้ฟรี เวลาซื้อ ก็สะสมแต้มแล้วนำแต้มที่่มีมาใช้ลดราคาได้อีกด้วย
ที่นี่ถ้าใครซื้อหนังสือ ไม่เอาถุงพลาสติก ก็มีแต้มเพิ่มให้อีก
รณรงค์กันขนาดนี้ คงช่วยลดปัญหาถุงพลาสติกเกลื่อนเมืองได้เยอะครับ

สุดท้าย หลังจากเดินอยู่นาน ก็ไม่ได้ซื้อหนังสืออะไรมาหรอกครับ ช่วงนี้ประหยัด ๆ ครับ ไม่ค่อยจะมีเงิน

ขอบคุณรูปภาพจากเว็บเหล่านี้
http://bookshop.blackwell.co.uk/images/headings/heffers_1.jpg
http://www.ideafriday.co.uk/images/Waterstones%20Front.jpg

http://tre.ngfl.gov.uk/uploads/materials/15017/Shops%20-%20stationers%20-%20Smiths.JPG

http://farm1.static.flickr.com/12/14503700_6db3a53e76_o.jpg

และวันนี้ มีเว็บดีดีอีกเว็บหนึ่งมาแนะนำ
นี่ครับ www.breathingearth.net
เมื่อเราเปิดขึ้นมา จะเป็นแผนที่โลก บอกจำนวนคนเกิดคนตาย ในปัจจุบัน ประมาณว่า ณ ปัจจุบัน ประเทศไหนมีคนเกิด คนตาย มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากน้อยขนาดไหน
พอเลื่อนเคอร์เซอร์ไปที่แต่ละประเทศก็จะมีข้อมูลมาให้ด้วย น่าสนใจมาก ๆ ครับ
เว็บนี้เป็นเว็บที่รายการ Click ใน BBC แนะนำมาอีกทีครับ

to be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , , | 2 Comments »

UK-33 วันสุข

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 7, 2009

ณ ขณะนี้ เป็นกลางคืนวันศุกร์
รู้สึกเหมือนกับเรามั้ย ว่าวันศุกร์ นี่มันสุขสมชื่อนะ

ในจำนวนวันในหนึ่งอาทิตย์ เราชอบวันศุกร์ที่สุดแล้ว
เพราะมันจะรู้สึกเหนื่อย ๆ ปนกับความรู้สึกที่ว่า จะได้พักแล้ว…
ยิ่งเหนื่อยมากเท่าไหร่ มันจะทำให้วันศุกร์ สุขมากขึ้นเท่านั้น (ซาดิสเนอะ)
ถ้าเป็นวันเสาร์ ก็ไม่มีอารมณ์เหนื่อย วันอาทิตย์ ก็มีความรู้สึกว่าพรุ่งนี้ต้องไปเรียน ต้องไปทำงานอีกแล้ว

ได้อ่านบล๊อกของพี่นิ้วกลม ที่ว่า ถ้าได้ทำงานที่ตัวเองมีความสุข ก็จะไม่รู้สึกเหนื่่อย
ถ้าอย่างนั้น วันอาทิตย์ ก็อาจจะเป็นอีกวันสุข ของเขาเหล่านั้นก็ได้

อย่างไรก็ตาม วันศุกร์ ก็มีลักษณะที่พิเศษของมันนะ
สำหรับเด็ก ๆ วันศุกร์ อาจจะเป็นวันที่มีการบ้านเยอะที่สุด แต่เด็ก ๆ หลายคน คงจะดองไว้จนวันอาทิตย์
สำหรับวัยรุ่น วันศุกร์ อาจจะเป็นวันที่ได้กลับบ้านดึกหน่อย ได้ไปดูหนัง กินข้าวกับเพื่อน หลังจากเรียนหนักมาทั้งอาทิตย์
สำหรับวัยทำงาน วันศุกร์ คงเป็นวันที่จะได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ฟังเพลงสบาย ๆ ใช้ชีวิตเอื่อย ๆ ได้
สำหรับวัยเกษียณ วันศุกร์ ก็อาจเป็นวันที่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับลูกหลาน

นี่อาจเป็นลักษณะพิเศษที่หาไม่ได้ในวันอื่น ๆ
วันศุกร์ นี่ ‘สุข’ จริง ๆ เนอะ

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , | 1 ความคิดเห็น »

UK-32 ยืดอกพกถุง…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน มีนาคม 1, 2009

ได้สังเกตพฤติกรรมของคนอังกฤษที่มาจับจ่ายซื้อของใช้ของกินที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต
ส่วนใหญ่ จะไม่ค่อยเอาถุงพลาสติกกัน

บางคน เอาถุงผ้ามาใส่
บางคน เอากระเป๋าเป้มาใส่ของ
บางคน ก็เอาถุงก๊อบแก๊บเก่า ๆ มาใส่
ถึงแม้ว่าถุงพลาสติกซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายที่จะมีการโฆษณาว่า ย่อยสลายได้ 100% หรือ 60%

ไม่ได้เห็นแค่คนเดียว ไม่ได้เห็นเพราะมีการรณรงค์อะไร แต่เห็นเค้าทำกันเป็นกิจวัตร
ไม่ว่าจะวัยรุ่น คนทำงาน หรือคนแก่

เราเห็นเลยอยากทำตามบ้าง ลองเอาถุงพลาสติกที่ได้มาจากการซื้อคราวก่อน ๆ บางครั้งถ้าเอาเป้ไป ก็เอาใส่เป้มา
มันรู้สึกดีเหมือนกันนะ เวลากลับมาที่ห้องแล้ว ไม่มีถุงพลาสติกเพิ่ม (เพราะที่เก็บ ๆ มาก็เยอะพอดู)
บางที คนเราก็เอาถุงพลาสติกมาเกินจำเป็นจริง ๆ แค่เอาใส่ของจากร้าน มาที่บ้าน จากนั้น บางทีก็ไม่ได้ใช้อะไรมันอีก

เมื่อไม่กี่วันก่อน ไปซื้อของที่ Marks and Spencer ลืมเอาถุงและกระเป๋าเป้ที่ใส่ของได้ไป เลยต้องเอาถุงพลาสติก
ปรากฏว่า เค้าถามว่า จะเอาถุงพลาสติกแบบไหนมีสองราคา ราคา 5 เพนซ์ กับ 9 เพนซ์ อันที่แพงกว่ารู้สึกเค้าจะบอกว่าทนกว่า
แต่เราเลือกแบบ 5 เพนซ์ ตามสัญชาติญาณเลือกของที่ถูกกว่า แปลกใจนิดหน่อยว่าเดี๋ยวนี้เค้าเริ่มคิดเงินค่าถุงพลาสติกกันแล้วเหรอ
เจ็บใจว่าลืมเอาถุงพลาสติกมาเอง คราวหน้าคราวหลังจะพยายามไม่ลืมอีก

เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการลดใช้ถุงพลาสติก ก็ช่วยโลกได้เหมือนกัน ที่สำคัญ ถ้าทำกันจนติดเป็นนิสัยได้ คงลดขยะได้อีกเยอะ
ไปซื้อน้ำ หมากฝรั่ง หรือป๊อกกี้ที่เซเว่นคราวหน้า ถ้าเอาใส่กระเป๋ามาได้ ก็ลองเอาใส่มาดูนะครับ จะได้ไม่เปลืองถุงพลาสติก

เวลาไปไหนมาไหน สงสัยต้อง ‘พกถุง’ ไว้ตลอดแล้วล่ะ เผื่อฉุกเฉิน (ต้องไปซื้อของ) จะได้มีไว้ใช้


ขอบคุณรูปจาก http://www.freefoto.com/preview/04-05-54?ffid=04-05-54

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2552 | Tagged: , , , | 2 Comments »