ปีนป่าย

ปีนจากกะลา สู่โลกกว้างที่ ท้าทาย

ประวัติเอกสารสำหรับ กรกฎาคม, 2008

UK-07 เริ่มเรียนรู้…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 30, 2008

วันที่ 15 กรกฎาคม (วันอังคาร) เป็นวันที่เริ่มเข้าห้องเรียน

ห้องเรียนหมายเลข 13 อยู่ปีกด้านหนึ่งของตึก…

เข้าไป กับ ปาสคาล (เพราะมาวันเดียวกัน และได้อยู่คลาสเดียวกัน)

ห้องเรียนหมายเลขที่สิบสาม เป็นห้องระดับ Advance

เรานึกหวั่น ๆ ในใจ ว่า เข้าไปจะเป็นยังไง….

เข้าไป ก็เป็นคล้าย ๆ ที่คิดจริง ๆ

นอกจากอาจารย์แล้ว ไม่ค่อยมีใครพูดกับเราสองคน (เรากับปาสคาล) เท่าไหร่…

และห้องนี้ มี อภิปรายนู่นนี่เยอะมาก

ในห้องมี เพื่อนร่วมห้องดังนี้ Alberto และ Luca จาก Italy
Sarah จาก Spain
Hyun, Eun Young, Ivan และ Tae จาก เกาหลีใต้
George จาก สาธารณรัฐเช็ค
Ellena จาก ยูเครน
ซาเชะ จาก ตุรกี
ปาสคาล จาก สวิสเซอร์แลนด์
ปีนป่าย จาก สยามประเทศ…

วันแรก อึดอัดสุด ๆ กลับบ้านมานั่งร้องไห้เลยทีเดียว

เข้าไปเหมือนตัวประหลาด…

สภาพตอนนั้นคือ…

โฮสก็เพิ่งเข้ามาอยู่ไม่กี่วัน เพื่อนในห้องก็ใหม่หมด

ยกเว้นปาสคาล

เลยคุยกันบ่อย เพราะเค้าก็รู้สึกแบบเดียวกัน

ยังไม่พอ วันที่สอง อาจารย์สองคน สั่งงาน

งานแรก ให้เตรียมการพรีเซนต์ เกี่ยวกับธุรกิจ เป็นกลุ่ม กลุ่มเราได้บริษัท Coca-Cola และเรารับผิดชอบเรื่องการตลาดและโฆษณา

งานที่สอง ถ่ายทำรายการข่าวโทรทัศน์
เรารับบทเป็น เด็กไทยถูกร้านฟิชแอนด์ชิพส์ วางยาในเมือง Broadstairs
และ รับบทเป็น Barack Obama ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของอเมริกา ซึ่งเป็นบทการให้สัมภาษณ์คู่กับฮิลลารี คลินตัน
ถ่ายทำข่าวนี้ มีการอัดวีดีโอ แล้วจะมีการไรท์ ดีวีดีแจก

(กูเพิ่งมา อะไรนักหนาฟะ!)

ที่สำคัญ ต้องทำงานกันเป็นกลุ่ม… รู้สึกอึดอัด ตรงที่ว่า เสนอความคิดเห็นไป ก็จะได้รับการตอบรับแบบขอไปที
“อืม ๆ ” แล้วก็ยืนยันความคิดของเค้าต่อ

เอาล่ะ

ต้องสู้แล้ว!

พักเรื่องงานกลุ่มนิดหน่อย ขอขยายความ เรื่องการเรียนภาษาที่โรงเรียนนี้นิดนึงนะคับ

วันจันทร์ – ศุกร์ เรียนครึ่งเช้า เต็มเวลา ตามห้องประจำ (ของเราก็ห้อง 13 เป็นต้น)
วันจันทร์ บ่าย ไม่มีเรียน แต่มีกีฬา ตอนสามโมงครึ่ง
วันอังคารบ่าย เรียนห้องเดียวกับตอนเช้า
วันพุธบ่าย วิชาเลือก ของเราเลือก Past & Present เป็นการอภิปรายประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ปัจจุบัน
วันพฤหัสบ่าย วิชาเลือก ของเราเลือก On the move ไปเที่ยวสถานที่สำคัญ ท้องถิ่น (ใกล้ ๆ)
วันศุกร์บ่าย ไม่มีเรียน แต่มีทริปของโรงเรียนไปเที่ยวต่างเมือง
วันเสาร์ เต็มวัน ทริปโรงเรียน ไปไกลหน่อย เช่น ลอนดอน เคมบริดจ์ ออกซ์ฟอร์ด

อ่า ก็เป็นเช่นนี้แหละหนอ

อ้า ในส่วนของงานกลุ่มก็เตรียมการกันอย่างต่อเนื่อง…

วันอาทิตย์ก็นัดกันมาซ้อมที่โรงเรียน

เราเป็นคนทำเพาเวอร์พอยต์ของกลุ่ม ในการพรีเซนต์วันจันทร์

และด้วยงานกลุ่มสองอย่างนี้เอง…

ในที่สุดแล้ว…

ทำให้เพื่อน ๆ ในห้อง หันมายอมรับ…

และเฮฮากันได้ในที่สุด

เรียกว่า “ต้นร้าย ปลายดี” จริง ๆ

กำลังใจดีดี ที่มีเสมอ จากคุณพ่อคุณแม่ เพื่อน ๆ และ หนังสือ หน่อไม้ รวมถึงชาวทริปถั่วงอก ทำให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาหดหู่เหล่านั้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

ขอส่งผ่านพลังนี้ต่อไปครับ ^  ^


รูปนี้ อาจารย์ (แสดงเป็นฮิลลารี่) และเพื่อน ๆ กำลังเตรียมฉาก ถ่ายทำรายการข่าว


อัลเบิร์โต กับ Hyun


ลูคา และจอร์จ


(จากซ้าย) เอเลน่า, อีวาน, อึน ยง และซาร่า


ซาร่า ปาสคาล ปีนป่าย

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , , , , | 3 Comments »

UK-06 นานาชาติ

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 28, 2008

เจ็ดโมงกินข้าวเช้า…
ซีเรียลกับนม…ขนมปังกับแยม

นั่งเล่นได้อีก เพราะโรงเรียนเปิดเรียนตอนเก้าโมง และวันนี้วันแรก ไปถึงตอนแปดโมงห้าสิบ

พอไปถึง ก็เจอคนหลายหน้าหลายตา ส่วนมากเป็นฝรั่ง ต่อแถวรอลงชื่อเป็นจำนวนมาก จากนั้น ก็เข้าไปในหอประชุม
มีแฟ้มของ โรงเรียน Hilderstone วางอยู่ในแต่ละที่นั่ง เปิดดู เราคนไทยสามคนอยู่ในกลุ่มที่ 1 

กลุ่มที่หนึ่ง ก็ไปสอบวัดระดับกัน…

รู้ผลตอนเย็น ทักทาย เพื่อน ๆ ในกลุ่ม


ปัสคาล จากสวิสเซอร์แลนด์
คิมมี่ จากเกาหลี
เบียทริซ จากสเปน และ ปีนป่ายจากสยาม…


บอล ปอนจากไทยแลนด์
โมนิก้า และซิลเวีย จากสวิสเซอร์แลนด์
มาซาชิ จากญี่ปุ่น

ตอนบ่าย โรงเรียนพาไปเที่ยว รอบ ๆ  พาไปเมืองสามเมือง อยู่ใกล้ ๆ กัน

เมือง Broadstairs เป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ในเขต Isle of Thanet คล้าย ๆ จังหวัด ประกอบด้วยสามเมือง คือ Margate, Broadstairs และ Ramsgate
 ได้ไปพิพิธภัณฑ์ เครื่องบินรบ สองลำ และอนุสรณ์สงครามโลก

ที่อังกฤษนี่ สังเกตว่า จะมีรูปปั้น อยู่ทั่วไป อนุสรณ์ หลักจารึก จะบอกไว้หมด ว่ามีอะไรเคยเกิดขึ้นบ้าง

ร่องรอยของระเบิด ที่ลอนดอนก็ยังมีให้เห็น และมีป้ายบอกด้วยว่า เป็นระเบิด ทำให้หินบิ่น…

คนรุ่นหลังมาดู จะได้รำลึกถึง

ไม่อยากให้ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นที่รู้จักแต่ในเรื่องชุมทางรถเมล์

ไม่อยากให้ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เป็นทางผ่านตอนไปรังสิต

ไม่อยากให้ พิพิธภัณฑ์ตามต่างจังหวัด เป็นแค่ตึกที่คนสนใจถ่ายรูปแต่ภายนอก…

ไม่อยากให้ คนไทย ลืมความเป็นไทย…


เรือยอชท์ที่จอดเทียบท่าอยู่ ที่เมือง Ramsgate

ตอนเย็น… มีงานเลี้ยงต้อนรับ Welcome Party ที่โรงเรียน ได้พบเจอเพื่อนใหม่ ๆ เยอะแยะเลย

ส่วนมากที่มาเรียนที่นี่จะเป็นยุโรป สวิสเซอร์แลนด์เยอะมากเลย

เพราะช่วงนี้เป็นปิดเทอมของเค้า… ส่วนมากก็มากันสี่อาทิตย์บ้าง สองอาทิตย์บ้าง…

อื้มมม ตอนต่อไป เป็นการเรียนจริง ๆ วันแรกล่ะ…

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , , , | 3 Comments »

UK-05 บันไดกว้างริมทะเล

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 27, 2008

บันไดกว้าง คือคำแปลของชื่อเมืองนี้ Broadstairs…

เอาล่ะ ส่งปอน กับบอลเรียบร้อยแล้ว

ก็ตาเราแล้วสิ

บ้านหมายเลข 3,  King Edward Avenue  คือเป้าหมายสุดท้ายในเมือง Broadstairs ต่อจากนั้น คุณลุงทอง ต้องไปส่งเพื่อน ๆ ที่เมือง Folkestone ต่อ

ห่างจาก High Street ที่เป็นถนนที่เป็นที่ตั้งของร้านต่าง ๆ ไม่เท่าไหร่ เลี้ยวขวาเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาอีกที ตรงไปจนถึงโค้ง ก็เจอบ้านพอดี (แหะแหะ งงล่ะสิ)

นี่คือรูปบ้าน

ยังไม่ทันเคาะประตูบ้าน ก็มีคนมาเปิด

เป็นคุณป้าสูงอายุคนหนึ่ง ผอม ๆ เราก็ส่งเสียงถาม “Hello, Are you Mrs.Samantha?”
เค้าก็พยักหน้าหงึกหงัก เราเอากระเป๋าเข้าไป…

เปิดประตูบ้านเข้าไป จะเจอบันได ด้านขวาเป็นห้องนั่งเล่น เปิดทะลุด้านหลังเป็นครัวและห้องกินข้าว
หลังบ้านมีสวนหย่อมเล็ก ๆ จัดแบบญี่ปุ่น และมีสนามหญ้าเขียว ยาวไปอีก

ขึ้นชั้นบน

ขึ้นจากบันไดมา ด้านซ้าย มีประตูเปิดเข้าห้องน้ำ กว้างทีเดียว ต่อมาเป็นห้องของลูกสาวโฮสต์ ห้องนอนใหญ่ของโฮสต์ และสุดทางเดินด้านขวา คือห้องเราเอง ถ้ามองจากรูปด้านบน ห้องเราคือห้องซ้าย นั่นเอง

มาดูห้องนอนกัน


อันนี้มาถึงตอนแรกเลย


เตียงนอน นุ่ม ๆ

ฮ่า…มาถึงบ้านแล้ว 

แต่คนที่มาเปิดประตูนั่น จริง ๆ แล้วไม่ใช่โฮสต์หรอก เป็นแม่ของโฮสต์อีกที เป็นคุณยายนั่นเอง

สักพัก คุณ Samantha ตัวจริงก็กลับมา พร้อมกับสามี ที่เป็นญี่ปุ่น แต่พูดอังกฤษได้คล่องเลย

มีลูกสาวหนึ่่งคนชื่่อ Hannah อายุสิบเจ็ด

ก็คุยกัน

ตอนแรกรู้สึกอึดอัดมากเลย

แบบเค้าก็ไม่ค่อยคุย สักพัก เลยขอออกไปชมเมืองข้างนอก นัดเพื่อนอีกสองคนออกมา

และนี่คือภาพส่วนหนึ่ง ในวันแรก ของเมือง Broadstairs


ถนน High Street มองตรงไปจะเห็นทะเล ไกล ๆ
ด้านขวาต้นไม้เยอะ ๆ เป็นสวนสาธารณะเล็ก ๆ ใกล้ซอยเข้าบ้าน


มองไปอีกด้าน (หันหลังให้ทะเล) เดินตรงไปเรื่อย ๆ อีกเกือบกิโล ก็จะถึงโรงเรียน ส่วนซอยซ้ายมือ เป็นทางเข้าบ้านได้

ตกเย็น โฮสต์มีแขกมาบ้าน ทำให้ทุกอย่างดูอึดอัด เพราะเป็นวันแรกด้วย…
ร้องไห้เลย  (กับพ่อแม่ และคนเดียว ตอนอยู่ในห้อง) เครียด มันเป็นความรู้สึกกดดัน บอกไม่ถูก

ค่อย ๆ รื้อของออกมา จัดเข้าตู้

… … … วันต่อมา เป็นวันไปโรงเรียนวันแรก… … …

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , | 6 Comments »

UK-04 เดินทางต่างทางเดิน…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 26, 2008

หลังจากพักกันเต็มอิ่ม อีกหนึ่งคืนที่ สนร.แล้ว…

วันที่ 13 กรกฎาคม 2551 เป็นวันที่ เหล่านักเรียนทุนไทย สิบสี่ชีวิต

ต้องแยกย้ายไปเรียนภาษา ตามเมืองต่างๆ 

สำหรับเรา เราไปเรียนที่ Broadstairs เป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ในมณฑล Kent

โรงเรียนชื่อว่า Hilderstone College มี ปอนด์ และบอล ไปกับเราด้วย

สรุปคือมีคนไปเมืองนี้สามคน

มีคนไปเมืองอื่นแต่มาทางเดียวกันอีกสองคน รวมแล้ว รถคันที่จะไปส่งพวกเรา ก็มีนักเรียน ห้าคน

ลุงทอง แห่ง สนร. เป็นผู้ไปส่งเราในวันนี้…

รถสามคัน ไปสามทิศทาง

คันแรก รถไปออกซ์ฟอร์ด มาถึง…

เป็นภาพที่นึกถึงเมื่อไหร่แล้วรู้สึกแปลก ๆ

รู้สึกถึงความตื่นเต้น ระคนความหดหู่ อย่างบอกไม่ถูก


กลุ่มออกซ์ฟอร์ด (โรงเรียนภาษา) พร้อมด้วยเพื่อน ๆ ที่มายืนส่ง ด้านหน้า สนร.

รถคันแรก ล้อหมุนออกจาก สนร.ไปแล้ว…

สองคันที่เหลือ มาพร้อมกันเลย

คือคันที่จะไป Harven และ Kent

Harven เป็นเมืองที่อยู่ใกล้ ๆ ลอนดอน ไม่เกินสี่สิบห้านาทีก็ถึง

ส่วนของเรา ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง


ระหว่างทางไป Kent

มีที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่ง คือ มีกระบอกไม้ไผ่ ปักอยู่ริมทางเต็มไปหมด

ลุงทองบอกว่า เป็นการปลูกต้นไม้ริมทางหลวง เพราะที่อังกฤษลมแรง ต้นกล้า เลยอยู่ในกระบอกไม้ไผ่

อืมม เวลามาต่างบ้านต่างเมือง มีสิ่งใหม่ ๆ ให้เรียนรู้เสมอ…

เมื่อไปถึงเมือง Broadstairs ที่นี่เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมชายทะเล

ลุงทองวนให้ดูโรงเรียน และ วนส่งตามบ้าน เริ่มจากบ้านปอนด์ก่อน

ความรู้สึกตอนเพื่อน ๆ ค่อย ๆ ทยอยลงจากรถ ทีละคน มันตื้น ๆ อัดอั้นอยู่ในอก

ต่อจากนี้ ทุกคนต้องอยู่ด้วยตัวเองกันแล้ว โฮสจะเป็นยังไง เพื่อนใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่หมด

ต้อง “สู้” ด้วยตัวเองกันแล้ว…


ส่งปอนด์เข้าบ้าน

ถัดมา เป็นบ้านของบอล


บอลเข้าบ้าน

ส่วนบ้านเรา จะเป็นยังไง ขออุบไว้ก่อนนะ

ไว้ บทหน้าละกันคับ…

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , , , , | 2 Comments »

เขียนถึงยายบนฟ้า…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 24, 2008

วันนี้วันที่ 24 กรกฎาคม 2551 ครบรอบสองปีแล้ว ที่คุณยาย เปลี่ยนที่อยู่ จากโลก ไปอยู่บนฟ้า

ขอเขียนบทความนี้ เพื่อรำลึกถึงคุณยายครับ

หลายปีก่อน…

ป่ายไปลำปางทุกปิดเทอม ช่วงประถม ไปอยู่บ้านยายที่ลำปาง

ยายเคยพาป่ายนั่งรถม้า ไปศาลากลาง กินไอติม กินลูกชิ้นปิ้ง ไปไหว้พระ ที่วัด…

ภาพเก่า ๆ ยังคงอยู่ไม่เลือนหาย

ป่ายชอบตามยายไปวัด

ยายเคยไปนั่งรอป่ายเลือกหนังสือที่ร้านดวงกมลลำปางด้วยนะ…

ตอนกลางคืน ป่ายมักกลัวผีจนนอนไม่หลับ ป่ายก็จะวิ่งไปนอนกับยาย

ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน ยายก็ไม่เคยว่า…

เตียงไม้เก่า ๆ นั้น… ยายกับหลานเคยนอนด้วยกันหลายครั้ง…

ยายเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ฟัง… ความลำบากของยายสมัยก่อน เรื่องราวของบรรพบุรุษ

ฟังทีไร ไม่รู้เบื่อ… จนหลับกันไป…

ยายชอบนอนดูทีวีจนหลับไป โทรทัศน์เก่าๆ  นั้น ยังอยู่ในความทรงจำเสมอ

ยายครับ ป่ายอยากจะบอกว่า…

วันนี้ ป่ายกำลังทำตามฝันของตัวเองอยู่นะ…

ป่ายเคยให้ยายสัญญาว่าจะมีชีวิตอยู่รอวันที่ความฝันป่ายเป็นจริง…

จริง ๆ แล้ว ยายไม่ได้ผิดสัญญาหรอก ยายแค่เปลี่ยนที่อยู่เท่านั้นเอง

ยายยังมีชีวิตอยู่เสมอ อยู่ข้าง ๆ ป่ายตลอด ป่ายเชื่ออย่างนั้น

วันนี้ ที่อังกฤษ ท้องฟ้าแจ่มใส อากาศคงจะดี ยายคงเย็นสบาย และมองเห็นป่ายชัดเจนนะครับ

รักยายเสมอ

“ปีนป่าย”

ขอฝากเพลงนี้ ไว้เป็นที่ระลึกแด่คุณยายเพ็ญศรี ศรีภัทรประภา…

เขียนถึงคนบนฟ้า

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | 8 Comments »

UK-03 หรรษาร่วมกัน

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 23, 2008

คืนแรกที่ สนร.ผ่านไป
พร้อมกับความแปลกใจมาก ๆ ว่า

ทำไมสามทุ่มยังไม่มืดฟะ
แล้วทำไมเช้าเร็วจัง ตีห้า นี่ฟ้าสว่างเหมือนแปดโมง

วันนี้ ก็เป็นวันที่ พี่ ๆ จาก สามัคคีสมาคม นำทีมโดย พี่อ๋อง ว่าที่นายก สามัคคีสมาคม (นทร.)

พาพวกเรา นักเรียนตาดำ ๆ ไปซื้อบัตร Oyster Card เผื่อขึ้นรถใต้ดิน

พาไปซื้อบัตรโทรศัพท์ โทรกลับไทย ที่ โซโห (China Town)

พาไปเดินถนน ของแพง Oxford Street


รูป Piccadilly Circus ใกล้ ๆ โซโห

ได้ไปเดินย่านโรงหนังโรงละคร West End ซึ่งเป็นที่จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ต่าง ๆ

ตอนกลางวัน ก็แยกกับพวกพี่ ๆ ที่ Covent Garden

และที่แห่งนี้เอง วีรกรรมหมู่ ก็เกิดขึ้น

ที่ร้าน Subway….

ร้าน Subway เป็นร้านขายพวกแซนด์วิชอันบะเฮิ่ม

เนื่องจากไม่ต้องการเปลืองตังค์ พวกเราจึงตั้งใจจะสั่ง Sub of the day เป็นโปรโมชั่น ถูกที่สุด ประมาณสองปอนด์

ไข่ไก่ คนแรก ต่อแถวสั่ง

Sub of the day, please

คนขายถามว่า This size OK ya?
แล้วก็ถามว่าจะสั่งกี่คน

ไข่ไก่นึกว่า เค้าจะแบ่งครึ่ง เพราะไซส์ที่เค้าเอาให้ดูมันสิบสองนิ้ว

ก็เลยบอก โอเค ๆ

เราเป็นคนต่อไป..

พอเค้าถาม ตะกี๊ไม่ได้ฟังที่ไข่ไก่พูด

เรานึกว่า สิบสองนิ้ว คือขนาดปกติ ยังนึกในใจ โอ้โห ดีเว้ย สองปอนด์ ได้ขนมปังยาวขนาดนี้…

เลยบอก โอเค  ๆ ไป

คนข้างหลังก็บอกโอเคตามหมด

ปรากฏว่า

สิบสองนิ้ว คิดราคาสองเท่า (จริง ๆ ราคาที่ติดไว้ เป็นของ หกนิ้ว)

เลยได้ข้าวเย็นไปโดยปริยาย (แบ่งครึ่งหนึ่งไว้กินตอนเย็น)

ตั้งแต่วันนั้น ทุกคนจำ SUBWAY ได้ขึ้นใจ

จากซับเวย์ เราต่อ รถใต้ดิน (Tube) ไปที่ Westminster ไปชมความงามของบิ๊กเบน

จากบิ๊กเบน เราเดินต่อมา ขึ้นเรือเฟอร์รี่ ชมความงาม ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์

ได้ลดราคาเพราะเป็นนักเรียน เหลือ สี่ปอนด์กว่า

บนเรือ มีเจ้าหน้าที่อธิบายสถานที่ให้ฟังด้วย

ไปขึ้นที่ท่า Tower of London ไม่ได้เข้า เพราะค่าเข้าแพง ยังต้องเก็บตังค์ไว้ เลยยืนถ่ายรูปกันรอบ ๆ

หอนาฬิกา บิ๊กเบน


ริมแม่น้ำเทมส์ เห็น London Eyes อยู่อีกฝั่ง


สะพาน Tower Bridge ถ่ายจากเรือ จะเห็นรอยแตกของกระจกด้วย


ถ่ายจากริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ ที่ขึ้นจากเรือมา

ชอบสะพานนี้จัง

เหมือนแสดงให้เห็นถึงความสมดุล ระหว่างสองข้าง

ถ้าสร้างไม่เท่ากัน นอกจากจะไม่สวยแล้ว

ยังอาจเกิดอันตรายอีกด้วย

คนเราก็เหมือนกัน ถ้าทำทุกอย่างให้สมดุลกันแล้ว ย่อมมีความสุข และสบายกายสบายใจ

จาก Tower Bridge ก็เดินมาเรื่อย ๆ ขึ้นรถไฟใต้ดิน กลับ South Kensington (ใกล้ สนร. ที่สุด) เหนื่อยมาก  ๆ เห็นเล่าสั้น ๆ อย่างนี้ ระยะทางที่เดิน ไม่ได้สั้นด้วยนะ ^  ^

เดินต่อมาถึง สนร.

รีบเข้าไปก่อน เพราะฝนตก

ราว ๆ ทุ่มกว่า ออกมาอีก ไป High Street Kensington เราอยากซื้อร่ม

ร่มที่นี่ เบามากกกก สีดำ ดูดี เหอเหอ

ราคา ก็ประมาณ 9 ปอนด์ ซื้อจาก Mark and Spencer ที่มีคำเลื่องลือว่าดีที่สุด

นั่นแหละ เป็นอันจบการเดินทางหรรษา ในลอนดอน วันต่อมา ต้องแยกย้ายกันไปเรียนตามโรงเรียนภาษาแล้ว

เรื่องหลากหลายอารมณ์ จะเริ่มขึ้น นับตั้งแต่รถที่จะไปส่งเพื่อน ๆ แต่ละคน หมุนล้อ ออกจากบริเวณ สนร. ไป

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , , , , | 2 Comments »

UK-02 ณ สนร.

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 20, 2008

สนร. คือคำพูดที่พูดกันติดปากในหมู่พวกเรา

คือคำพูดที่ทำให้นึกถึงความอบอุ่น

อาหารอร่อย ๆ เตียงนุ่ม ๆ ห้องอาบน้ำที่มีเพียงม่านปิด

บันไดขึ้นหอพักที่เหนื่อยสุด ๆ  ห้องสามัคคีสมาคมที่เป็นที่พักยามเหนื่อย และเป็นที่นั่งพูดคุยกัน

คอมแมคบุคของปอน ที่กลายเป็นคอมสาธารณะที่ต่อเน็ตได้เครื่องเดียว ในบรรดาคอมทั้งหลายที่เอาไปกัน

สนร. คือสิ่งที่ทำให้พวกเรา สำนึกว่า “เราเป็นใคร มาจากไหน เรียนเพื่ออะไร”

สนร. คือสิ่งที่ทำให้พวกเรา นึกถึง “บ้าน…”

สนร. คือ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน ของไทย ในประเทศอังกฤษ

สนร. ตั้งอยู่แถว ๆ Kensington

มี Hyde Park อยู่หน้าบ้าน มี Harrods อยู่หลังบ้าน

ขนาบข้างด้วย พิพิธภัณฑ์ (เข้าฟรี) สามแห่ง

และ ก็จะมีดนตรีมาเล่นให้ฟังเป็นครั้งคราว ที่ Royal Albert Hall

นี่คือ นิยาม ของสนร.

หลังจากนั่งรถเข้าลอนดอนแล้ว เราทั้งหลาย ก็เข้าสู่ห้องสามัคคีสมาคม

มีการชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ แนะนำการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ รวมถึงขั้นตอนการรายงานตัว

กินข้าวกลางวัน มื้อแรก ที่อังกฤษ โดยฝีมือของป้าปุ๋ย แห่งสนร.

จากนั้น ตอนบ่าย ก็ออกเดินเที่ยว กันเล็กน้อย พอเป็นพิธี

เดินจาก สนร. ไปถึง High Street Kensington ดูร้านรวงต่าง ๆ

(คำว่า High Street คือถนนที่มีร้านขายของนานาชนิด ตั้งอยู่ บนถนนสายเดียว เมืองเล็ก ๆ ก็จะมี High Street เส้นนึง)

ผ่าน Royal Albert Hall มีอนุสาวรีย์ท่านอัลเบิร์ต (พระสวามีของพระนางเจ้าวิคตอเรีย) อยู่ตรงข้าม


เพื่อน ๆ ที่ ห้องสามัคคีสมาคม สนร.


เตียงนอน อบอุ่นนุ่มสบาย ที่หอพัก ที่สนร. ลอนดอน


Royal Albert Hall

ไปซื้อซิมการ์ด ใส่โทรศัพท์ เลือกกันอยู่นาน สุดท้ายก็เลือก ของ Lebara เป็นเน็ตเวิร์กใหม่ เพิ่งเปิดมาสามเดือน
แต่โฆษณาว่าถูก และสัญญาณชัดแจ๋ว เหมือน Vodafone เอ้า ลองดู
ค่าโทรกลับไทยถูกจริง ๆ ถูกกว่าเน็ตเวิร์กอื่น ถูกกว่าการ์ด
โทรกลับไทย ถ้าเป็นบ้าน แค่ 4p ถ้าเป็นมือถือ 6p ถูกจริง  ๆ

ซื้อซิมเสร็จ เดินดูนู่นนี่แถวนั้น แล้วเดินกลับ “บ้าน”

วันแรก ที่ลอนดอน ยังเหนื่อยอยู่ ขอนอนคืนนึง เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุยต่อ ^  ^

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , , | 5 Comments »

UK-01 สวัสดีลอนดอน

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 19, 2008

วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 เป็นวันที่ต้องจดจำ วันหนึ่งในชีวิตของเราเลย

คืนนี้ เป็นคืนที่จะต้องเดินทาง ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ด้วยทุนรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ จนถึงวันที่ 10 ก็มีความรู้สึกหลาย ๆ อย่างสับสน ปนเปกันมากมาย

คืนวันที่สิบ มีคนไปส่งที่สนามบิน เยอะกว่าที่คิดไว้มากเลย

ต้องขอขอบคุณจากใจจริงเลยนะ ซาบซึ้งจริง ๆ ^  ^

หลังจากเครื่องบินออก ตอนตีหนึ่ง น้ำตาซึมแล้วแห้ง แล้วซึมใหม่ หลับแล้วตื่น

พอเครื่องจะถึงลอนดอน… กำลังจะแตะสนามบิน น้ำตาเจ้ากรรมไหลออกมาอีกครั้ง

“นี่เราได้มาตามฝันถึงที่นี่แล้วเหรอนี่ ฝันตั้งแต่เด็ก ๆ”…

อื้ม เราจะทำฝันนี้ให้สวยงามที่สุดเลยนะ

ออกจากเครื่องบินมา มีจุดให้ถ่ายรูปเครื่องบินได้หน่อย


นี่ึึคือเครื่องบินที่นำเรามา คณะเรามีมา 14 คน

ตรวจคนเข้าเมือง ไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นใด ๆ

ที่ด้านนอก มีพี่ ๆ จาก สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในลอนดอน มารอรับ

กระเป๋า ถูกยกขึ้นรถ รถสามคัน บรรทุกเด็กนักเรียนไทยตาดำ ๆ

เข้าสู่กรุงลอนดอน…


รถตู้ของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน (สนร.) ที่มารอรับ


ทางเชื่อมที่จอดรถ ท่าอากาศยาน Heathrow กรุงลอนดอน

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , | 3 Comments »

เรียงความประเทศไทย…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 9, 2008

เมื่อวาน ได้เข้าไปไหว้พระแก้วมรกต และวัดโพธิ์

วิทยาการการแพทย์ ไม่แพ้ชาติใดในโลก อยู่ที่วัดโพธิ์นี่เอง


วัดพระแก้ว ของไทยเรา…ตระหง่านดีแท้

พระบรมมหาราชวังเอง ช่างสวยงาม ตระการตา

ชาวต่างชาติเยอะแยะ มากมาย ต่างพูดกันคนละภาษา ปะปนกับไกด์ท้องถิ่นชาวไทย ที่พูดภาษาต่างประเทศได้เก่งไม่แพ้กัน…
ต่างคนก็ต่างบรรยาย ให้นักท่องเที่ยวทราบประวัติ ที่มา ความศักดิ์สิทธิ์ และความรัก หวงแหนชาติของคนไทย

กำลังจะเข้าไปไหว้พระแก้วมรกตภายใน เจ้าหน้าที่บอกให้ถอดรองเท้า โดยแยกคนไทย ไว้อีกฝั่ง ของต่างชาติไว้อีกฝั่ง

เกิดความสงสัย… พอไหว้พระเสร็จ และกลับออกมา เลยลองถามพี่เค้าดู

เค้าบอกว่า “ต้องแยกกันให้เป็นโซน ๆ ของต่างชาติเค้าเสียตังค์ 50 บาท ของไทยเราไม่เสีย ก็รู้กันอยู่นิสัยคนไทยด้วยกันเป็นยังไง ของไทยเลยยังไงก็ได้ ของต่างชาติต้องมีที่ เพราะถ้าของเค้าหาย ฝรั่งเค้าถือมาก…”

ได้ยินดังนั้น อดหดหู่ใจไม่ได้…

หมายความว่า เราเข้ามาโดยไม่เสียตังค์ รองเท้าเราเลยไม่ได้รับการดูแลเท่าคนที่เสียตังค์…
ระบบเงินตราทำให้เป็นแบบนี้ไปแล้วหรือ…

หันกลับไปดูที่เก็บรองเท้า ของต่างชาติ เป็นตู้ไม้ เป็นสัดส่วน

ส่วนของคนไทยเรา เป็นชั้นวางเปิดโล่ง

นิสัยคนไทย เป็นทื่เรื่องลือขนาดนี้เลยหรือ…

ได้ฟังแล้วก็ ขอ “เฮ้อ….” ยาว ๆ อีกซักทีครับ

หลังจากไหว้พระเสร็จแล้ว นั่งตุ๊ก ๆ ต่อมา ที่พิพิธภัณฑ์สยาม (มิวเซียม สยาม) ซึ่งตอนนี้จัดแสดงนิทรรศการเรื่อง
“เรียงความประเทศไทย”

แสดงให้เห็นประวัติความเป็นมาของชนชาติไทย ว่ามาจากไหน เรื่อยมาจนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงเมืองไทยปัจจุบัน

เนื้อหาอาจดูน่าเบื่อ

แต่ด้วยสื่อผสมหลากหลาย ทำให้เราเดินไม่รู้เบื่อ…

แต่ละห้อง มีเกม มีหน้าจอสัมผัส ให้ได้เรียนรู้ มีภาพประกอบ มีการ์ตูน น่าติดตามอย่างยิ่ง

ที่นี่ เข้าฟรีด้วยนะ… บอกได้คำเดียวว่า “เกินคุ้ม” ครับ

เนื้อหา รายละเอียด คงไม่บอกมากกว่านี้ละ เดี๋ยวจะรู้กันหมด เอาเป็นว่า เข้าไปดูเองละกันนะ


มิวเซียมสยามตั้งอยู่ตรงกระทรวงพาณิชย์เก่า ข้าง ๆ วัดโพธิ์ ปิดวันจันทร์นะครับ…

เอ้อ เกือบลืม ได้เข้ามาที่นี่ ได้เจอเรื่องหดหู่ใจอีกเล็กน้อย…

ตอนที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ มีกลุ่มนักเรียนหลายกลุ่มเดินเข้ามาชมด้วย…

“ถ่ายรูปตรงนี้กัน สวยดี” วี้ดว้ายกระตู้วู้ กันเต็มที่ เสียงพูดคุยดังกลบเสียงบรรยายในแต่ละจุด

วิ่งกันจนเสียงดังโครมคราม

ที่เห็นนี่ไม่ใช่แค่นักเรียนกลุ่มเดียว แต่ที่เข้ามา เกือบทุกกลุ่ม…

บางคนตั้งใจจด ดูแต่ละจุดอย่างสนใจ ดูจากแววตาแล้ว น่าชื่นชมทีเดียว

โรงเรียนส่วนใหญ่ เวลานักเรียนมาชมพิพิธภัณฑ์ แล้วมักจะให้นักเรียนกลับไปทำสรุป

นักเรียนจึงได้แต่จด ๆ ๆ ๆ  ส่วนที่เนื้อหาน้อย ๆ แต่ได้ตัวหนังสือเยอะ ๆ

แล้วก็ผ่านไป…

อยากให้คนไทย ภาคภูมิใจ และช่วยกันรักษา สิ่งดีดี ที่มีคนทำไว้ให้

ไม่เช่นนั้น อีกไม่นาน พิพิธภัณฑ์ นี้ ปุ่มคงจะเจ๊ง แป้นสัมผัสติดบ้างไม่ติดบ้าง…

อีกหน่อย จะเหลืออะไรดีดี ไว้ให้คนรุ่นหลังดู แค่คิดจะทำ ก็หมดกำลังใจแล้ว…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , , | 6 Comments »

วันฝนตก…ใจคนกลับอยู่สูง…

แสดงความเห็นโดย peenpai บน กรกฎาคม 2, 2008

เมื่อวานนี้ ออกไปส่งแม่เย็บเล่มงานของแม่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว
ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ ทำให้ต้องรีบออกบ้านไปเข้าเล่ม
ในเย็นวานนี้…
6 โมงเย็น ฝนตกห่าใหญ่มาก…
สองแม่ลูก กางร่ม เดินออกจากบ้าน
เพื่อจะมาเรียกแทกซี่…
ฝนตกหนัก ลมแรง ชนิดที่ว่า ร่มคงเอาไม่อยู่…
มือของแม่ถือถุงที่ซ้อนถุงพลาสติก ถุงกระดาษ และใส่ในถุงผ้า กันเอกสารเปียก

มาถึงจุดที่จะเรียกแทกซี่ ฝนตกหนักขนาดนี้ แทกซี่หายากสักหน่อย

ฝนยังคงเทมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงแม้แต่น้อย
ในที่สุด แทกซี่คันเก๋าก็โผล่มาให้กวักนิ้วสี่นิ้วเรียกหา
ไฟแดงดวงน้อย ในความมืด ที่ส่องมาจาก คำว่า “ว่าง” หน้ารถแทกซี่ในวันฝนตก อากาศหนาวเหน็บ

…ทำให้ใจพองโต และอุ่นขึ้น…

เมื่อขึ้นรถได้… ทันใดนั้น ฝนกลับซาลงถนัดตา…

นี่เกิดอะไรขึ้น…ฝนตกเปาะแปะ ๆ หยิม ๆ…

เราสองแม่ลูกรีบมาก…เมื่อรถจอด ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เรารีบกุลีกุจอลงจากรถ หลังจ่ายเงินพี่เค้าเรียบร้อย…

ที่บันไดไฟฟ้า ขั้นบันไดสีดำ ๆ ขลิบเหลือง ไหลลงไปเรื่อย ๆ นำพาผู้คนวันละไม่รู้กี่ร้อย ลงไปไม่รู้กี่เมตร
ก่อนจะถึงบันได มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงใส่หมวกมาดเคร่งขรึม… ที่ยืนรอตรวจกระเป๋าอยู่ มีถุงพลาสติกยาวสำหรับใส่ร่ม
แขวนอยู่ เราหยิบกันมาคนละอันด้วยความรวดเร็ว ด้วยความที่กระเป๋าแม่เล็ก ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเราที่สะพายเป้ จึงรอให้พี่มาดขรึมตรวจ

เราคิดในใจ
“จะตรวจอะไรอีกวะ กูรีบจะแย่อยู่แล้ว ฝนก็ตก โว้ย ยุ่งจริง”

เจ้าหน้าที่ผู้นั้นพูดว่า
“เดี๋ยวเอาร่มใส่ถุงให้นะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เจือรอยยิ้มจาง ๆ

“ขอบคุณนะครับ” นี่คือสิ่งที่เราตอบกลับไป

มองกลับไปด้านนอก ฝนยังคงตกหนัก
ฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนเดินกันขวักไขว่ หลบฝนไปมาด้วยร่มหลากสี

ใจคนแถวนี้สิ สว่างและอบอุ่นเหลือเกิน…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , , | 7 Comments »