เรากลับมาถึงอังกฤษเมื่อวันพฤหัสตอนเช้าครับ
ตอนนี้ ทั้งที่อังกฤษ และเมืองไทย (โดยทฤษฎีแล้ว) อยู่ในช่วงหน้าหนาว
ตอนที่เราจะกลับมา หิมะตกค่อนข้างหนักที่อังกฤษ
ทำให้มีหลาย ๆ คนเป็นห่วงว่า เครื่องจะลงได้หรือเปล่า สนามบินจะปิดไหม
ลองมาอ่านกันครับ
วันพุธที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๓
กรุงเทพฯ ที่แม้จะเป็นหน้าหนาว แต่อากาศอบอ้าว
ร้อนจัด เมฆครึ้ม
อีกไม่นานต่อมาฝนตกลงมาอย่างหนัก ถึงหนักมาก
ในตอนบ่าย ฝนก็ยังไม่หยุด จนใกล้เวลาจะออกจากบ้าน ฝนแถวบ้าน หยุดลงบ้าง
ออกเดินทางเพื่อไปสนามบิน
ระหว่างอยู่บนทางด่วน
ฝนตกลงมาอีกห่าใหญ่ (ใหญ่จริง ๆ) ทางด่วนรถเคลื่อนตัวได้อย่างช้า ๆ
แต่ด้วยความที่เผื่อเวลากันมาแล้ว จึงไปถึงสนามบิน ก่อนเวลาเครื่องออก สองชั่วโมง
ดูตารางการบินจากจอ ที่สนามบิน ปรากฎว่า เครื่องของกาตาร์ จะออกเร็วกว่ากำหนดตั้ง สิบห้านาที
จากเดิมสองทุ่ม เป็นทุ่มสี่สิบห้า เวลาเข้าเกท ก็ทุ่มตรง
โอเค เข้าเร็วหน่อย ก็ไม่เป็นไร หลังจากเข้าเกทไปแล้ว
ปรากฏว่า มีประกาศ นักบินและลูกเรือ ยังมาไม่ถึง รถติดอยู่ในกรุงเทพฯ…
ดีเลย์ไปสองชั่วโมง…
ลูกเรือมาถึง สามทุ่ม
ได้ออกจริง ๆ เกือบสี่ทุ่ม
หน้าหนาว แต่กรุงเทพฯ ฝนตกหนักมาก…
วันพฤหัสที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๓
บนเครื่องบิน อีกหนึ่งชั่วโมงจะถึง
กัปตันประกาศว่า
“สนามบินแกตวิค ปิด เพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย”
อ้าว ซวยแล้ว
“เราจะพยายามขอทำการลงที่ ฮีทโธรว์”
ได้ยินอย่างนั้น ก็ เอ้า โอเค ฮีทโธรว์ก็ฮีทโธรว์
สักพัก กัปตันก็ประกาศข่าวดี “เราสามารถลงที่แกตวิคได้ แต่ต้องบินวนก่อนลงประมาณชั่วโมงนึง”
เครื่องบินวน อยู่แถว ๆ เมืองไบรตัน ทางตอนใต้ของอังกฤษ อยู่ประมาณห้าหกรอบเห็นจะได้
จึงจะได้ทำการลงที่ท่าอากาศยานแกตวิค
แต่เรื่องราวยังไม่หมดแค่นั้น หลังจากลงแล้ว
กัปตันก็ประกาศอีกว่า งวงที่จะมาเทียบเครื่องบินยังไม่พร้อม ต้องรออีกอย่างน้อยชั่วโมงหนึ่ง บนเครื่องบิน
เป็นการรอคอยที่ทรมานมาก เห็นตึก เห็นพื้นแล้ว แต่ลงไม่ได้
สนามบินแกตวิคขาวโพลนไปด้วยหิมะ…
อีกสองชั่วโมงถัดมา เครื่องบินจึงสามารถเข้าเทียบงวงได้
เป็นการเดินทางมาอังกฤษที่เหนื่อยและยาวนานจริง ๆ
ฤดูเดียวกัน… สภาพอากาศต่างกัน… แต่ก็ทำให้เกิดผลอย่างเดียวกัน คือ เครื่องบินดีเลย์…
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ…