ปีนป่าย

ปีนจากกะลา สู่โลกกว้างที่ ท้าทาย

UK-01 สวัสดีลอนดอน

แสดงความเห็นโดย peenpai on กรกฎาคม 19, 2008

วันที่ 10 กรกฎาคม 2551 เป็นวันที่ต้องจดจำ วันหนึ่งในชีวิตของเราเลย

คืนนี้ เป็นคืนที่จะต้องเดินทาง ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ด้วยทุนรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ จนถึงวันที่ 10 ก็มีความรู้สึกหลาย ๆ อย่างสับสน ปนเปกันมากมาย

คืนวันที่สิบ มีคนไปส่งที่สนามบิน เยอะกว่าที่คิดไว้มากเลย

ต้องขอขอบคุณจากใจจริงเลยนะ ซาบซึ้งจริง ๆ ^  ^

หลังจากเครื่องบินออก ตอนตีหนึ่ง น้ำตาซึมแล้วแห้ง แล้วซึมใหม่ หลับแล้วตื่น

พอเครื่องจะถึงลอนดอน… กำลังจะแตะสนามบิน น้ำตาเจ้ากรรมไหลออกมาอีกครั้ง

“นี่เราได้มาตามฝันถึงที่นี่แล้วเหรอนี่ ฝันตั้งแต่เด็ก ๆ”…

อื้ม เราจะทำฝันนี้ให้สวยงามที่สุดเลยนะ

ออกจากเครื่องบินมา มีจุดให้ถ่ายรูปเครื่องบินได้หน่อย


นี่ึึคือเครื่องบินที่นำเรามา คณะเรามีมา 14 คน

ตรวจคนเข้าเมือง ไม่มีเหตุการณ์ตื่นเต้นใด ๆ

ที่ด้านนอก มีพี่ ๆ จาก สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในลอนดอน มารอรับ

กระเป๋า ถูกยกขึ้นรถ รถสามคัน บรรทุกเด็กนักเรียนไทยตาดำ ๆ

เข้าสู่กรุงลอนดอน…


รถตู้ของสำนักงานผู้ดูแลนักเรียน (สนร.) ที่มารอรับ


ทางเชื่อมที่จอดรถ ท่าอากาศยาน Heathrow กรุงลอนดอน

To be continued…

เขียนแล้วใน สหราชอาณาจักร 2551 | Tagged: , , | ไม่มีความเห็น »

เรียงความประเทศไทย…

แสดงความเห็นโดย peenpai on กรกฎาคม 9, 2008

เมื่อวาน ได้เข้าไปไหว้พระแก้วมรกต และวัดโพธิ์

วิทยาการการแพทย์ ไม่แพ้ชาติใดในโลก อยู่ที่วัดโพธิ์นี่เอง


วัดพระแก้ว ของไทยเรา…ตระหง่านดีแท้

พระบรมมหาราชวังเอง ช่างสวยงาม ตระการตา

ชาวต่างชาติเยอะแยะ มากมาย ต่างพูดกันคนละภาษา ปะปนกับไกด์ท้องถิ่นชาวไทย ที่พูดภาษาต่างประเทศได้เก่งไม่แพ้กัน…
ต่างคนก็ต่างบรรยาย ให้นักท่องเที่ยวทราบประวัติ ที่มา ความศักดิ์สิทธิ์ และความรัก หวงแหนชาติของคนไทย

กำลังจะเข้าไปไหว้พระแก้วมรกตภายใน เจ้าหน้าที่บอกให้ถอดรองเท้า โดยแยกคนไทย ไว้อีกฝั่ง ของต่างชาติไว้อีกฝั่ง

เกิดความสงสัย… พอไหว้พระเสร็จ และกลับออกมา เลยลองถามพี่เค้าดู

เค้าบอกว่า “ต้องแยกกันให้เป็นโซน ๆ ของต่างชาติเค้าเสียตังค์ 50 บาท ของไทยเราไม่เสีย ก็รู้กันอยู่นิสัยคนไทยด้วยกันเป็นยังไง ของไทยเลยยังไงก็ได้ ของต่างชาติต้องมีที่ เพราะถ้าของเค้าหาย ฝรั่งเค้าถือมาก…”

ได้ยินดังนั้น อดหดหู่ใจไม่ได้…

หมายความว่า เราเข้ามาโดยไม่เสียตังค์ รองเท้าเราเลยไม่ได้รับการดูแลเท่าคนที่เสียตังค์…
ระบบเงินตราทำให้เป็นแบบนี้ไปแล้วหรือ…

หันกลับไปดูที่เก็บรองเท้า ของต่างชาติ เป็นตู้ไม้ เป็นสัดส่วน

ส่วนของคนไทยเรา เป็นชั้นวางเปิดโล่ง

นิสัยคนไทย เป็นทื่เรื่องลือขนาดนี้เลยหรือ…

ได้ฟังแล้วก็ ขอ “เฮ้อ….” ยาว ๆ อีกซักทีครับ

หลังจากไหว้พระเสร็จแล้ว นั่งตุ๊ก ๆ ต่อมา ที่พิพิธภัณฑ์สยาม (มิวเซียม สยาม) ซึ่งตอนนี้จัดแสดงนิทรรศการเรื่อง
“เรียงความประเทศไทย”

แสดงให้เห็นประวัติความเป็นมาของชนชาติไทย ว่ามาจากไหน เรื่อยมาจนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงเมืองไทยปัจจุบัน

เนื้อหาอาจดูน่าเบื่อ

แต่ด้วยสื่อผสมหลากหลาย ทำให้เราเดินไม่รู้เบื่อ…

แต่ละห้อง มีเกม มีหน้าจอสัมผัส ให้ได้เรียนรู้ มีภาพประกอบ มีการ์ตูน น่าติดตามอย่างยิ่ง

ที่นี่ เข้าฟรีด้วยนะ… บอกได้คำเดียวว่า “เกินคุ้ม” ครับ

เนื้อหา รายละเอียด คงไม่บอกมากกว่านี้ละ เดี๋ยวจะรู้กันหมด เอาเป็นว่า เข้าไปดูเองละกันนะ


มิวเซียมสยามตั้งอยู่ตรงกระทรวงพาณิชย์เก่า ข้าง ๆ วัดโพธิ์ ปิดวันจันทร์นะครับ…

เอ้อ เกือบลืม ได้เข้ามาที่นี่ ได้เจอเรื่องหดหู่ใจอีกเล็กน้อย…

ตอนที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ มีกลุ่มนักเรียนหลายกลุ่มเดินเข้ามาชมด้วย…

“ถ่ายรูปตรงนี้กัน สวยดี” วี้ดว้ายกระตู้วู้ กันเต็มที่ เสียงพูดคุยดังกลบเสียงบรรยายในแต่ละจุด

วิ่งกันจนเสียงดังโครมคราม

ที่เห็นนี่ไม่ใช่แค่นักเรียนกลุ่มเดียว แต่ที่เข้ามา เกือบทุกกลุ่ม…

บางคนตั้งใจจด ดูแต่ละจุดอย่างสนใจ ดูจากแววตาแล้ว น่าชื่นชมทีเดียว

โรงเรียนส่วนใหญ่ เวลานักเรียนมาชมพิพิธภัณฑ์ แล้วมักจะให้นักเรียนกลับไปทำสรุป

นักเรียนจึงได้แต่จด ๆ ๆ ๆ  ส่วนที่เนื้อหาน้อย ๆ แต่ได้ตัวหนังสือเยอะ ๆ

แล้วก็ผ่านไป…

อยากให้คนไทย ภาคภูมิใจ และช่วยกันรักษา สิ่งดีดี ที่มีคนทำไว้ให้

ไม่เช่นนั้น อีกไม่นาน พิพิธภัณฑ์ นี้ ปุ่มคงจะเจ๊ง แป้นสัมผัสติดบ้างไม่ติดบ้าง…

อีกหน่อย จะเหลืออะไรดีดี ไว้ให้คนรุ่นหลังดู แค่คิดจะทำ ก็หมดกำลังใจแล้ว…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , , | 5 Comments »

วันฝนตก…ใจคนกลับอยู่สูง…

แสดงความเห็นโดย peenpai on กรกฎาคม 2, 2008

เมื่อวานนี้ ออกไปส่งแม่เย็บเล่มงานของแม่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว
ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ ทำให้ต้องรีบออกบ้านไปเข้าเล่ม
ในเย็นวานนี้…
6 โมงเย็น ฝนตกห่าใหญ่มาก…
สองแม่ลูก กางร่ม เดินออกจากบ้าน
เพื่อจะมาเรียกแทกซี่…
ฝนตกหนัก ลมแรง ชนิดที่ว่า ร่มคงเอาไม่อยู่…
มือของแม่ถือถุงที่ซ้อนถุงพลาสติก ถุงกระดาษ และใส่ในถุงผ้า กันเอกสารเปียก

มาถึงจุดที่จะเรียกแทกซี่ ฝนตกหนักขนาดนี้ แทกซี่หายากสักหน่อย

ฝนยังคงเทมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงแม้แต่น้อย
ในที่สุด แทกซี่คันเก๋าก็โผล่มาให้กวักนิ้วสี่นิ้วเรียกหา
ไฟแดงดวงน้อย ในความมืด ที่ส่องมาจาก คำว่า “ว่าง” หน้ารถแทกซี่ในวันฝนตก อากาศหนาวเหน็บ

…ทำให้ใจพองโต และอุ่นขึ้น…

เมื่อขึ้นรถได้… ทันใดนั้น ฝนกลับซาลงถนัดตา…

นี่เกิดอะไรขึ้น…ฝนตกเปาะแปะ ๆ หยิม ๆ…

เราสองแม่ลูกรีบมาก…เมื่อรถจอด ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เรารีบกุลีกุจอลงจากรถ หลังจ่ายเงินพี่เค้าเรียบร้อย…

ที่บันไดไฟฟ้า ขั้นบันไดสีดำ ๆ ขลิบเหลือง ไหลลงไปเรื่อย ๆ นำพาผู้คนวันละไม่รู้กี่ร้อย ลงไปไม่รู้กี่เมตร
ก่อนจะถึงบันได มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงใส่หมวกมาดเคร่งขรึม… ที่ยืนรอตรวจกระเป๋าอยู่ มีถุงพลาสติกยาวสำหรับใส่ร่ม
แขวนอยู่ เราหยิบกันมาคนละอันด้วยความรวดเร็ว ด้วยความที่กระเป๋าแม่เล็ก ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเราที่สะพายเป้ จึงรอให้พี่มาดขรึมตรวจ

เราคิดในใจ
“จะตรวจอะไรอีกวะ กูรีบจะแย่อยู่แล้ว ฝนก็ตก โว้ย ยุ่งจริง”

เจ้าหน้าที่ผู้นั้นพูดว่า
“เดี๋ยวเอาร่มใส่ถุงให้นะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ เจือรอยยิ้มจาง ๆ

“ขอบคุณนะครับ” นี่คือสิ่งที่เราตอบกลับไป

มองกลับไปด้านนอก ฝนยังคงตกหนัก
ฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนเดินกันขวักไขว่ หลบฝนไปมาด้วยร่มหลากสี

ใจคนแถวนี้สิ สว่างและอบอุ่นเหลือเกิน…

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , , | 7 Comments »

เจอตัวจริง..พี่ “นิ้วกลม”…

แสดงความเห็นโดย peenpai on มิถุนายน 28, 2008

อ่า วันนี้เป็นวันที่โคตรดีใจเลย…

รู้ข่าวจากบล๊อก พี่เอ๋ “นิ้วกลม” มาแป๊บนึง

ว่าอะเดย์ จะมีงาน a book fair ที่เซ็นทรัลเวิลด์…

และเหนว่า หนังสือ “หน่อไม้” ที่พี่เอ๋ พี่ทรงกลด พี่ทรงศีล ไปปลูกป่าที่เชียงดาว

จะออกมาในงานนี้ด้วย

เตรียมเงิน เตรียมตัว และเตรียมใจ ไปถลุงกระเป๋าเงินให้ฉีกขาดกันเลย ที่ Zone Atrium เซ็นทรัลเวิลด์

ไปถึง เห็นพี่เอ๋นั่งอยู่ กำลังคิดอยู่ในใจว่า ใช่ป่าวว้า เพราะไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน

เคยเห็นแต่ในโปสเตอร์อันนั้น

แต่พอเห็นคนเอาหนังสือไปให้เซ็น ลีลาท่าทาง ใช่แน่นอนเลย

รีบวิ่งไปตะกาย เอา “หน่อไม้” มาจากชั้น

วิ่งไปหา “เนปาลประมาณสะดือ” และ “กัมพูชาพริบตาเดียว” ซึ่งเป็นสองเล่มสุดท้าย ที่ยังไม่ได้อ่าน นอกนั้นมีหมดแล้ว…

เสร็จปุ๊บ ไปจ่ายตังค์กะแม่ แล้ววิ่งมาให้พี่เอ๋เซ็น (กลัวพี่เอ๋จะหายไปซะงั้น…)

ในที่สุด ก็ได้เจอพี่เอ๋ตัวจริง ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน

ได้ทักทาย และได้คุยกัน พี่เอ๋บอกว่า “เอาหน่อไม้ไปอังกฤษด้วยนะ จะได้อะไรเยอะแยะเลย จะเป็นกำลังใจให้”

โอ้โห สุดยอดดด… ไม่ลืมแน่นอนคับ “หน่อไม้” (ชื่อหนังสือนะ)

เดินไปเดินมาแถวนั้นพักนึง ไปหยิบ สมุดบันทึก ลาย “นั่งรถไฟไปตู้เย็น”

หยิบมาให้พี่เอ๋เซ็นอีกครั้ง

โอ้ วันนี้ เป็นวันที่โชคดีจริง ๆ และวันที่ได้เจอพี่เอ๋วันนี้ จะเป็นบันทึกดีดีอันแรก ในสมุดเล่มนั้นคับ…

เอารูปตอนที่พี่ “นิ้วกลม” เซ็น มาเปนหลักฐาน…


ขอบคุณมากครับ พี่เอ๋ สำหรับทุกแนวคิดดี ๆ
หน่อไม้ จะไปอังกฤษด้วยคับ
ติดตามเสมอ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตครับ

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , | 6 Comments »

กราบเท้าคุณครูที่เคารพ…

แสดงความเห็นโดย peenpai on มิถุนายน 23, 2008

วันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นวันไหว้ครู ของโรงเรียนสมัย อนุบาล- ประถม ของเรา

“โรงเรียนอนุบาลสามเสนฯ” นั่นเอง

วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เรายังจำวันแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่ได้

ตอนอนุบาลหนึ่ง 14 ปีมาแล้วสินะ ที่ห้องอนุบาลหนึ่งทับห้า

โรงเรียนแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมความทรงจำของเราไว้มากมาย

ทั้งสุข เศร้า เหงา… เห้อ… อาไรจะขนาดนั้น…

จนถึงวันนี้ คุณครูที่สอนอนุบาลหนึ่งของเรา ยังจำเราได้อย่างแม่นยำ

คุณครูที่เคยฝากรอยไม้เรียวไว้ บางท่านย้ายไปที่โรงเรียนอื่น บางท่านเกษียณไปแล้ว บางท่านก็ยังอยู่

ภาพความทรงจำครั้งเก่ายังกรุ่นอยู่ในใจเสมอมา และจะไม่มีวันเลือนหาย…

วันนี้ ลูกศิษย์ หลายพันคน จากอ้อมอกคุณครูไป สู่โลกภายนอกที่กว้างใหญ่

พบสิ่งดี ไม่ดี ปะปนเคล้ากันไปเป็นรสชาติแห่งชีวิต

ปิดท้ายจดหมายนี้ ขอให้คุณครูมีสุขภาพแข็งแรง เป็นที่รักของลูกศิษย์ไปนาน ๆ นะครับ.. ^  ^


คุณครูศิริวรรณ ทิพย์อำพร คุณครูอนุบาลหนึ่งของเรา

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , | 3 Comments »

ผัดกระเพรากับเราสอง…

แสดงความเห็นโดย peenpai on มิถุนายน 14, 2008

ย่ำค่ำ ของวันที่ 14 มิถุนายน 2551…
เป็นเวลาดีดี ดูฤกษ์ยามโดย คุณแม่…
ว่าวันนี้…
จะให้เราหัดทำผัดกระเพราดู…

กึ๋ย (จะกินได้มั้ยวะเนี่ย)


อ่านะ

หลังจากใส่น้ำมัน แล้วเราก็ยืนแบบเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้ากะทะ กลัวน้ำมันมันกระเด็นใส่อะดิ 555
แค่เจียวไข่ เวลาพลิกที ไข่มันยังไม่รวมเป็นแผ่นเดียวกันเลย แล้วกระเพราจะรอดมั้ย…

หลังจากคั่ว ๆ หมูสับไปสักพัก ก็มีตัวช่วย นั่นก็คือ ซอสกระเพรานั่นเอง ถ้าไม่มีเจ้าซอสนี้นะ รสชาติคงออกมาจืดชืด เหมือนแกงจืดกระเพราหมูสับแน่ ๆ เลย…
พอคั่ว ๆ หมูไปจนสุก…

อ่าฮ่า ใส่ใบกระเพราลงไป ผัดไปผัดมา ซักพัก ก็ตักขึ้น
ไม่ยากเลยแหละ…

ลองชิมดูนะ… อ้าม…

หืม…

เหมือนเชฟแดนเถื่อนมาเอง… อร่อยสิคับ จริง ๆ นะ

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | 5 Comments »

ค่าย Pre-Departure ทุนรัฐบาลไทย…

แสดงความเห็นโดย peenpai on มิถุนายน 6, 2008

อ่า หลังจากไม่ได้อัพมานานแสนนาน เปนเดือนเลยทีเดียว
วันนี้ก็ หวังว่าอีกหน่อยจะมาอัพเปนประจำ ทุกวันเว้นวัน

เมื่อวันที่ 1 - 3 มิถุนา ไปเข้าค่าย Pre-Departure ของนักเรียนทุนรัฐบาลมา
วันแรก จะเป็นการฟังบรรยาย ที่ กพ. นนทบุรี ส่วนอีกสองวันที่เหลือ ไปที่ Royal Hill Golf and Spa Resort
จังหวัดนครนายก นอนคืนนึง

วันแรก (วันที่ 1) ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น
เปนการทำความรู้จัก ของพวกเรา แล้วก็นั่งฟังบรรยาย ไปเรื่อย ๆ

อ้อ จริง ๆ ก็มีจุดที่ตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย คือตอนที่พี่แขกเดินเข้ามา บอกเรื่องการจัดห้องนอน

“เป็นแบบแรนดอม…” แล้วจะมีการติดประกาศ ไว้ สี่จุด ให้รู้ว่า ใครนั่งรถคันไหน แล้วนอนคู่กะใคร

ตื่นเต้นน่าดูทีเดียว

เราได้อยู่รถคันที่ 6 ได้นอนกะคนที่ชื่อ ณัฐวุฒิ (ใครหว่า…เหอเหอ) พลัมแนะนำให้ใช้โทรศัพท์โทรเอา (พลัม ทุน พสวท. ไปอังกฤษเหมือนกัน)
ก็ใช้วิธี โทรศัพท์ (มีเบอร์โทรศัพท์อยู่ที่กระดาษ) แล้วหาดู

ณัฐวุฒิ เปน Roommate เรา หน้าตาขาว ๆ ชื่อเล่นชื่อ “ปิง” เอาล่ะ เรายังมีเวลาทำความรู้จักกันอีกเยอะ ในวันแรกนี้
ทักทายเสร็จ ก็แยกย้ายกันไป

เช้าวันที่ 2
มาถึง ที่ กพ. นนทบุรี ตั้งแต่ย่ำรุ่ง 6 โมงเช้า
มาเจอวีรกรรมเด็ดของผู้หญิงทุนกระทรวงต่างประเทศหลาย ๆ คน (ทุนกระทรวงเดียวกะเรา)
ไปแค่คืนเดียว ลากกระเป๋ายังกะไปต่างประเทศสามวันสองคืน…
… ไม่รู้จักครับ ไม่รู้จัก….

นั่งคุย เฮฮา ปาจิงโกะ อีกพักหนึ่ง ก็ไปขึ้นรถ

รถยังไม่ทันออก พลัมก็เริ่มจั่วไพ่กันซะละ เมื่อก่อน ต้องยอมรับว่าเราเล่นไม่ค่อยเป็นกะเค้าหรอกนะ
สลาฟก็พอรู้แค่กติกา
พลัมก็จัดแจงอธิบาย ด้วยสำเนียงการพูดที่มีเอกลักษณ์ น่ารักน่าฟัง มีเรื่องให้เราล้ออีกหลายวัน…
การเล่นไพ่บริดจ์เอย ดัมมี่เอย เก้าเก้า เอย
โอ้โห อย่างเซียน (พลัมอะนะ)
เล่นกันซักพัก ปิง ก็เดินมาจากข้างหลัง มาเล่นด้วย
ว่าพลัมเซียนแล้วนา ปิงก็พอ ๆ กันเลย เล่นเก่งจิง ๆ

ระหว่างนั่งรถ มีทีมสันทนาการ มาเล่นเกมอยู่พักหนึ่ง เป็นเกมต่อสุภาษิต
แต่เอ …. รายละเอียด ไม่ควรนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ล่ะมั้ง หุหุ

พอหมดกิจกรรม ก็เล่นไพ่กันต่อ จนถึงนครนายก

เอากระเป๋าลง กินข้าวกลางวัน ฟังบรรยาย เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
เรื่องนี้รู้สึกจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ $__$

ตอนบ่ายก็มีการบรรยาย ต่อด้วยสันทนาการ

มีการแบ่งกลุ่ม แล้วเตรียมการแสดงสำหรับตอนกลางคืนด้วย

แบ่งกลุ่มก็คละ ๆ กัน กระจาย ๆ

เราได้อยู่กลุ่ม 5 ได้การแสดงเรื่อง ละครหลังข่าว
ที่ประชุมลงมติ ให้เอาเรื่องสวรรค์เบี่ยง…
พลอตของเรื่องก็ประมาณว่า มีละครอยู่ แล้วตัดเข้าข่าว… เป็นม๊อบ…
ทำนองนั้น
ส่วนเราก็เล่นเปนหัวหน้าม๊อบ… เอิ่ม… จะโดนเซนเซอร์รึเปล่าหนอ บล๊อกนี้

กิจกรรมการแสดงก็สนุกดี เห็นได้ชัดว่า นักเรียนทุนเราไม่ได้เรียนอย่างเดียว ยังบ้าได้อีก

ในวันนี้ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเพื่อนนักเรียนทุนไปอังกฤษของเราคนหนึ่งด้วย…
เป็นการวิ่งชนกระจก แล้วเลือดออก นำส่งโรงพยาบาลแล้ว
ต้องใช้เวลาพักฟื้นด้วยเหมือนกัน หายไวไวเน่อ..

จบกิจกรรม ไปเล่นนับเลขกันบนห้อง ที่ในโรงแรม
จนตีหนึ่ง เรากับปิง ก็กลับ เพราะบ้านพักที่เราอยู่กัน มันไกลความเจริญมาก
ไกลจากตัวโรงแรม กิโลครึ่ง แต่ดีที่โรงแรมมีรถไปส่ง

กลับถึงบ้านพัก ก็อาบน้ำ…นอน

นับว่าทำบุญมาดีนะ รูมเมทเฮฮา ติงต๊อง บ้า… เล่นนับเลขเก่งอีกต่างหาก (ปิง…จะมาเห็นป่าววะ 555+)

อีกวันนึง ก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก คุยๆ กัน
แล้วก็นั่งรถกลับบ้าน

ในความไม่มีอะไร มักจะมีอะไรเยอะแยะ ซ่อนอยู่เสมอ…
สิ่งที่ได้รับจากค่ายนี้ มีเยอะกว่าการได้เพื่อน มีเยอะกว่าการได้ฟังบรรยาย รับความรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้

สิ่งที่ได้เห็น คือ มิตรภาพของเพื่อนที่หยิบยื่นให้กันได้เสมอ เมื่อเพื่อนลำบาก… เมื่อเพื่อนเจ็บ…
สิ่งที่ได้ยิน คือ การถามไถ่จากเพื่อนนักเรียนทุนด้วยกัน แม้ไม่รู้จัก…แต่ก็มีความห่วงใยต่อกัน…
สิ่งที่สัมผัสมาทั้งหมด คือสิ่งที่นับวัน กำลังจะจางหายไปบนโลกใบนี้
แต่คงไม่หายไปจากพวกเราแน่นอน…

ปล. กลับจากค่าย… มีพี่คนนึงจะไปเรียน ป.เอกที่อังกฤษ ชื่อพี่เม้ง คุยสนุกดีคับ 55

เขียนแล้วใน ปีนป่าย around the clock | Tagged: , , , , | 7 Comments »

SK-03 รำลึกสึนามิ ที่ภูเก็ต

แสดงความเห็นโดย peenpai on พฤษภาคม 20, 2008

ห่างหายไปนาน เนื่องจากคอมโดนไวรัสกิน แก้ไปแก้มาอยู่หนึ่งสัปดาห์
จำต้องฟอร์แมตใหม่
เฮ้อ…เอาล่ะครับ วันนี้ได้ฤกษ์ มาอัพบล๊อกกันดีกว่าจากคราวที่แล้วได้ไปภูเก็ต ไปดูประติมากรรม รำลึกสึนามิ แถว ๆ หาดป่าตอง หาดกะตะ กะรนบล๊อกนี้ เป็นบล๊อกปิดท้าย เรื่องของสงกรานต์ ปี 2551 ครับผม

 

 

มีรูปมาให้ดูชมกันครับ

ผ่านไปหลายปี เดี๋ยวนี้มีป้ายเตือน มีป้ายนำทาง เวลาเกิดแผ่นดินไหว ว่าให้หนีไปทางไหน เป็นระยะ ๆ ครับ

ชายหาดที่สวยงาม ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้าน เค้าบอกว่า ผู้เสียชีวิตตายกันเกลื่อนหาด หลังสึนามิลง
เวลาผ่านไป หาด ก็เงียบสงบเหมือนเดิม อีกสิบปี เด็ก ๆ คงนึกไม่ออกว่า ความสูญเสีย ที่เกิดจากคลื่นยักษ์สึนามินั้น
มหาศาลเพียงใด…

ประติมากรรมรำลึกสึนามิครับ อยู่บริเวณเดียวกับหาดข้างบน บรรยากาศร่มรื่นมาก ๆ
บริเวณนี้ มีคลองเล็ก ๆ ที่ขุดขึ้นใหม่ เป็นทางผ่านน้ำ เมื่อเกิดคลื่นสึนามิ น้ำส่วนหนึ่งจะไหลผ่านคลองเล็ก ๆ เหล่านี้
เป็นการลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นครับ (คล้าย ๆ กับโครงการแก้มลิง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ)


อาณาบริเวณเดียวกัน ร่มรื่นมากมาย ใครจะไปคิดว่าเมื่อหลายปีก่อน บริเวณนี้…คือสถานที่หายนะ
อยากให้บล๊อกโพสต์นี้ เป็นบล๊อกที่พวกเราร่วมรำลึก เหตุการณ์สึนามิ ปี 2547
เป็นเหตุการณ์ที่จะไม่มีวันลืมเลือน
ความโหดร้ายของธรรมชาติ ความช่วยเหลือมหาศาลที่หลั่งไหล ความรู้สึกถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ในความโหดร้าย ยังมีรอยยิ้มได้เสมอ…

ขอร่วมรำลึกครับ

เขียนแล้วใน สงกรานต์ 51 | 7 Comments »

SK-02 อ่าวนางโดนเทคโอเวอร์!

แสดงความเห็นโดย peenpai on พฤษภาคม 6, 2008

ห่างหายจากบล๊อกไปนาน มาเล่าขานกระบี่กันต่อนะครับ
คราวแล้วจบที่โรงเรียนนานาชาติ คราวนี้ จะพาไปเที่ยวอ่าวนางกันครับ

อ่าวนาง มีชื่อเต็ม ๆ ว่าอ่าวพระนาง เป็นอ่าวที่เรียกว่า ฝรั่งเยอะมาก เดินไปเดินมานี่ หาคนไทย มาเที่ยวที่อ่าวนางน้อยมาก นอกจากพนักงานตามร้านอาหาร และโรงแรมต่าง ๆ
เป็นที่น่าสังเกต

พ่อได้ลองขับรถวนไปดูที่หาดนพรัตน์ธาราซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน หาดนพรัตน์ธารา คนไทยเยอะมาก เช่นกัน

ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าที่เที่ยวเมืองไทย เราแบ่งเขตกันด้วย เขตนี้สำหรับฝรั่ง ของแพงหูฉี่ โรงแรมคนไทยก็พักไม่ได้
อีกเขตนึง ชายหาดไม่ค่อยมีการดูแล ของคนไทย

ภูเก็ตเองก็เหมือนกัน หาดดีดี สวย ๆ คนไทยไม่ค่อยได้เข้าถึง เพราะค่าโรงแรมก็แสนแพง
มันเกิดอะไรขึ้นหนอ อยากรู้จัง?!!


ถ่ายที่มุมหนึ่งของอ่าวนางยามเย็น


อาทิตย์ตกดินที่อ่าวนาง

เอ้อ เรามีข้อสงสัยอีกอย่างนึง ก็คือ แถว ๆ อ่าวนาง มีร้านขายเสื้อผ้าพวกสูท ผ้าสำหรับตัดสูท เยอะจัง
ถ่ายภาพมาให้ดูด้วย เลยอยากรู้ว่า ทำไมร้านแถวนี้มีเยอะที่ทะเลล่ะ
ไม่เข้าใจว่า มีร้านขายสูทแถวนี้ทำไม ^ ^ ใครรู้ช่วยบอกทีนะครับบบ

แถมภาพสุดท้าย เป็นภาพแอบถ่ายคับบบ!!! แอบถ่ายคู่รักที่ถ่ายภาพแต่งงานริมหาด อ่าวนาง ไม่ชัดเท่าไหร่ครับ เพราะซูมจากไกล ๆ

To be continued คร้าบบบ…

เขียนแล้วใน สงกรานต์ 51 | Tagged: , , , , , , , , | 11 Comments »

SK-01 เที่ยวริมทาง ชิมลางเมืองใต้

แสดงความเห็นโดย peenpai on เมษายน 28, 2008

หวัดดีครับ
สำหรับซีรีย์นี้ (พูดยังกะหนังเกาหลี) เป็นเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว
4 วัน 3 คืน ที่กระบี่ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2551 (13-16 เม.ย. 51) กว่าจะเดินทางถึงกระบี่ มีอะไรบ้าง บรรทัดล่างเลยครับ..
————————————————————
ล้อหมุนจากกรุงเทพมหานคร เช้าตรู่วันที่ 13 เมษายน 2551 เวลา 06.47 น.
ตามที่พ่อจองโรงแรมไว้ คืนแรก เราจะพักกันที่ จังหวัดชุมพร อีกวันหนึ่งจึงจะไปถึงกระบี่…
 ขึ้นทางด่วน
ออกทางสาย ธนบุรี-ปากท่อ
ตามทาง สายตาซุกซน ไปปะเข้ากับ รถสามล้อ รถซาเล้ง รถโดยสารสี่ล้อ กันสาด ต่างมีชื่อ ส.ส. ติดอยู่
รู้สึกว่า เมืองไทยเรา มองไปทางไหน ก็จะมีชื่อ ส.ส. บ้าง ส.ว. บ้าง เต็มไปหมด บางทีหมดฤดูเลือกตั้งแล้วยังเห็นกันอยู่เกลื่อน
เป็นเพราะเมืองไทยเรา เป็นประชาธิปไตยที่เน้นตัวบุคคลมากกว่านโยบายหรือเปล่า
บางทีใกล้เลือกตั้ง ชื่อใครคุ้น ๆ ก็กาไปเหอะ ไม่ได้ดูคุณสมบัติ ความเหมาะสมอื่น ๆ
……………………..นั่นเป็นเรื่องที่ควรแก้ไข……………………………..
เอาล่ะ เผลอแว้บเดียว มาถึงชุมพรแล้ว

พ่อโทรศัพท์ ยืนยันกับทางโรงแรม แต่ปรากฏว่า…
ทางโรงแรมเหมือนจะไม่รับรู้การจองของพ่อ…
เราเลยตัดสินใจกันว่า ไหน ๆ ก็เพิ่งจะเที่ยง ขับไปถึงกระบี่เลยดีกว่า
รบกวนให้น้า ที่ทำงานอยู่ที่กระบี่ช่วยจองโรงแรมให้เป็นการด่วน

ก่อนถึงกระบี่ ผ่านสุราษฏร์ธานี แวะเยี่ยมชม สวนโมกข์ ได้ธรรมะดีดีหลายข้อ ใคร่อยากแบ่งปัน ณ ที่นี้ด้วย

  
ทางเข้าสวนโมกข์ ร่มรื่นทีเดียวครับ

หุ่นขี้ผึ้ง ท่านพุทธทาสภิกขุ ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ต้องได้ศึกษาหลักธรรมและเอาไปใช้จริงจึงจะถือว่าเป็นการสักการะ พระพุทธเจ้า และเป็นการเคารพ ท่านพุทธทาส อย่างแท้จริง


ลานหินโค้ง สำหรับปฏิบัติธรรม เจริญสติ ภาวนา


รูปนี้ ถ่ายมาจากภาพในโรงละครแห่งจิตวิญญาณ มีชื่อว่า “แม่น้ำคด น้ำไม่คด”
เป็นภาพที่เราชอบมาก มีคำอธิบายว่า
น้ำ ปกติแล้ว ย่อมไหลตรง ๆ หากไม่มีสิ่งใดกั้น น้ำจะไหลตรง ไม่คดเคี้ยว เปรียบเหมือน “จิต”
แม่น้ำ คดไปมา เปรียบเหมือน “กิเลส”
เข้าใจง่าย ๆ คือ “จิต” เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ ทุกคนเกิดมาล้วนมีจิตที่บริสุทธิ์  ต่อมา กิเลสทำให้จิตใจเราคดไปคดมา
ยิ่งคดมาก กิเลสก็มาก
น่าเอาไปลองคิดดูนะครับ….
ออกจากสวนโมกข์มา จะมีตลาดขายไข่เค็มและของฝากด้านหน้า นาน ๆ ได้มาที เลยซื้อไข่เค็มติดไม้ติดมือมาสักกล่องสองกล่องครับ (มาลองกินดูแล้ว ก็อร่อยทีเดียว ไข่เค็มไชยาลือชื่อ)

เข้ากระบี่ ไปรับคุณน้า ที่ทำงานเป็น executive secretary ที่โรงเรียนนานาชาตินวัตภูมิที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่

ที่พูดตำแหน่งซะยืดยาว ก็อยากให้คิดอะไรบางอย่างครับ

“executive” “โรงเรียนนานาชาติ” จินตนาการไปถึงไหนกันแล้ว….

มาดูภาพจริงกันดีกว่า


โรงอาหาร Canteen นั่นเองครับ


ห้องเรียนพัดลม ของนักเรียนชั้น ประถม


พื้นที่บริเวณโรงเรียน

(เว้นพื้นที่ให้คิด)

เป็นไงบ้างครับ ดูภาพกันแล้ว 
หลายคน คิดในใจว่า “เนี่ยเหรอ โรงเรียนนานาชาติ”  “ไหนล่ะ ห้องแอร์ที่มีเด็กหัวทองเดินเล่นไปมา”
อื้มม นี่แหละครับ โรงเรียนนานาชาติ ที่เน้นคุณภาพ มากกว่ารูปลักษณ์ครับ จะเห็นว่า โรงเรียนนี้ ตั้งอยู่ใกล้เขา 
ด้านข้างมีลำธาร เสียงน้ำซัดสาดหินดังเป็นระยะ ๆ
นี่แหละครับ โรงเรียนที่เป็นมากกว่าห้องสี่เหลี่ยม โต๊ะ 48 ตัว กระดานดำ และฝุ่นชอล์ก…

ในปัจจุบัน โลกเรานิยมวัตถุกันมากขึ้นเรื่อย ๆ 
ถ้าเรามองข้ามวัตถุไป เราอาจมองเห็นคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ชัดเจนขึ้นนะครับ…

เรายังเคยนึกอิจฉาโรงเรียนต่างจังหวัด ที่ห่างเมืองออกไป มีสนามบอลกว้าง ๆ มีแปลงเกษตร มีโครงการอาหารกลางวัน
ผิดกับเรา ที่เรียนในกทม. มีแต่สนามปูน ตึกสี่เหลี่ยมโอบรอบทุกทิศทาง…
บางอย่าง ธรรมชาติอาจเป็นครูที่ดีกว่าคน ก็ได้นะ…

To be continued คร้าบ…
 

 

เขียนแล้วใน สงกรานต์ 51 | Tagged: , , , , , , , , , | 11 Comments »